ในวันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2553 ลูกพระธัมฯวัดพุทธฮัมบวร์ก ได้เดินทางมาสั่งสมบุญใหญ่ร่วมกันตั้งแต่วันเสาร์ หลังจากที่ได้ทำวัตรเย็น
ถ้าสั่งสมความดีจนเป็นนิสัย นิสัยดีๆ จะติดตัวเราไปข้ามชาติ ที่เรียกว่าสันดาน ทำให้ไม่คุ้นกับความชั่ว จะเป็นเกาะป้องกันตนเองไม่ให้ทำความชั่ว
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสพระคาถาว่า “ปุญฺญญฺ เจ ปุริโส กยิรา กยิราเถนํ ปุนปฺปุนํ ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย” แปลความว่า ถ้าบุรุษพึงทำบุญไซร้, พึงทำบุญนั้นบ่อยๆ พึงทำความพอใจในบุญนั้น, เพราะว่าความสั่งสมบุญทำให้เกิดสุข.
เมื่อยังไม่หมดกิเลส ต้องสร้างบุญให้เต็มที่ เพราะ "การสั่งสมบุญเป็นเหตุนำมาซึ่งความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า" นั่นเอง ...และที่สำคัญ "บุญไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง"
ทีมงานก็โทรมาถามว่าเอาแน่หรือพี่แดง ลูกก็สั่งเดินหน้า เพราะมั่นใจว่าขอคุณยายแล้ว ว่าหนูถ่าย 7 โมงเช้าและขอถึงค่ำ แล้วขอเห็นพระจันทร์เต็มดวงด้วย คุณยายก็ให้พร ว่าขอให้ชนะมาร ปรากฏว่าวันนั้นออกจากบ้าน 6 โมงเช้า ฝนยังตกกระหน่ำ แต่พอไปถึงศาลายาปุ๊ป 7 โมงเช้าเป๊ะ ฝนหยุดทันที ฟ้าเปิดแสงสวยมากๆ วันนั้นเราถ่ายกันถึง 5 ทุ่ม ได้ภาพตามที่ขอคุณยายทุกอย่าง และพอถ่ายทำเสร็จ ฝนก็ตกทันที
การสั่งสมบุญเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญเรื่องหนึ่งที่พวกเรา จะต้องทำเป็นประจำสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการทำภารกิจหน้าที่การงาน และการศึกษาเล่าเรียน เพราะบุญเป็นเครื่องหนุนนำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิต ในธุรกิจการงานและสิ่งที่พึงปรารถนา ถ้า ไม่มีบุญมาหล่อเลี้ยง ดวงบุญในตัวจะมีน้อย เวลาจะทำสิ่งใดมักจะติดๆ ขัดๆ
ขึ้นชื่อว่าบุญ อันใครๆ ไม่ควรดูหมิ่นว่าเล็กน้อย บุคคลถวายทานแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขแล้ว ไม่ควรดูหมิ่นบุญว่าเล็กน้อย เพราะว่าบุคคลผู้ฉลาดในการทำบุญ ย่อมเต็มเปี่ยมไปด้วยบุญโดยลำดับ เปรียบเหมือนภาชนะที่เปิดฝา ย่อมเต็มไปด้วยน้ำ ฉะนั้น
เรื่องมีอยู่ว่า พญาปฐวินทรนาคราช ผู้ได้เสวยสุขอยู่ในนาคพิภพ สมบูรณ์ด้วยสมบัติอันโอฬารล้วนด้วยรัตนชาติ พรั่งพร้อมด้วยเบญจกามคุณทั้งห้า ครั้นได้เสวยสุขสมบัติอันซ้ำซากจำเจอย่างนั้นนานวันเข้า เกิดความเบื่อหน่ายในนาคพิภพ อันเป็นปกติของหมู่สัตว์ที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ จึงดำริอยู่ในใจว่า"แม้เราจะสมบูรณ์พรั่งพร้อมด้วยรัตนสมบัติมากมาย แต่ก็ไม่ได้ประเสริฐเท่าใด เพราะยังไม่พ้นจากกำเนิดของสัตว์ที่ต้องเลื้อยคลานไปได้"
็เพื่อทำให้ทุกท่านได้เชื่อมั่นและมีกำลังใจในเรื่องการสร้างบารมี เพื่อให้มั่นใจว่า สิ่งที่ดีงามเหล่านี้ บัณฑิตนักปราชญ์ในกาลก่อนล้วนทำมาแล้ว และได้รับผลของการกระทำนั้นอย่างเกินควรเกินคาด ดังนั้นเราทุกคนควรดำเนินตามรอยท่านผู้มีบุญในกาลก่อน ดังเช่นพระเถระรูปนี้
ดูเถิดว่า บุญนี่สำคัญจริงๆ มีพลานุภาพยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น แม้พระบรมศาสดายังตรัสย้ำว่า "ใครมีบุญมาก สิ่งที่ดีมีสิริมงคลทั้งหลายจะไปอยู่กับผู้มีบุญมาก บุญจะดึงดูดสิริ ทั้งหลายมา ใครจะลักเอาไปไม่ได้ เป็นของอสาธารณะ"