เมื่อนึกถึงบรรยากาศในช่วงค่ำของเมื่อวานนี้ครั้งใด เป็นปลื้มจนล้นใจทุกครั้ง เพราะทุกๆอนุวินาทีในพิธีกรรมจุดประทีป ลอยโคม ลอยกระทง
ตายแล้วฟื้นได้จริงหรือ? แล้วในส่วนการทำพิธีกงเต็ก ด้วยการเผาบ้านกระดาษ เผารถกระดาษ กับการทำบุญกรวดน้ำไปให้ผู้ตาย อย่างไหนได้บุญมากกว่ากัน บุญจะส่งถึงคนตายได้อย่างไร?
คนตระหนี่ย่อมกลัวความหิวและความกระหาย ความหิวและความกระหายนั้น ย่อมถูกต้องคนตระหนี่นั้น ผู้เป็นพาลทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า เพราะฉะนั้น บุคคลควรกำจัดความตระหนี่อันเป็นสนิมในใจ แล้วให้ทานเถิด เพราะบุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
โลกเป็นไปเพราะกรรม หมู่สัตว์เป็นไปเพราะกรรม สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นเครื่องกระชับ เหมือนลิ่มสลักรถที่ืแล่นไปอยู่ฉะนั้น
ความชั่วไม่ทำเสียเลยประเสริฐกว่า ความชั่วที่ทำลงไป จะคอยเผาผลาญเราในภายหลัง กรรมใดที่ทำแล้วไม่เดือดร้อนในภายหลัง กรรมนั้นเป็นความดี ทำแล้วประเสริฐกว่า
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่ ยังเหล่าสัตว์ให้ข้ามสังสารวัฏ เสด็จพุทธดำเนินอยู่บนถนน ข้าพเจ้าได้ออกจากเรือน ก้มลงกราบแทบพระบาท...ความเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้านี้ มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่จริงหนอ มหาสมบัติใหญ่ทั้งหลาย ได้มาก็ด้วยผลแห่งบุญอันเล็กน้อยที่ได้ทำในครั้งนั้น
ดูก่อนท่านผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย พวกเธอทั้งหลาย อย่ากลัวบุญเลย คำว่าบุญนี้ เป็นชื่อของความสุข
ดวงจันทร์ปราศจากมลทิน โคจรไปในอากาศย่อมสว่างกว่าหมู่ดาวทั้งปวงในโลกด้วยรัศมี ฉันใด บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยศีล มีศรัทธา ย่อมไพโรจน์กว่าผู้ตระหนี่ทั้งปวงในโลกด้วยจาคะ ฉะนั้น เมฆที่ลอยไปตามอากาศ มีสายฟ้าปลาบแปลบ มีช่อตั้งร้อย ตกรดแผ่นดินทำให้เต็มที่ดอนและที่ลุ่ม ฉันใด สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้สมบูรณ์ด้วยญาณทัสสนะ เป็นบัณฑิตก็ฉันนั้น ย่อมข่มผู้ตระหนี่ได้ด้วยฐานะ ๕ ประการคือ อายุ วรรณะ สุข ยศ และอธิปไตย ย่อมบันเทิงใจในสุคติโลกสวรรค์
กฏแห่งกรรม กรรมลิขิต กฏแห่งการกระทำ ทั้งอดีตชาติ ปัจจุบันชาติ และอนาคตชาติ คนเกิดมารับกรรมจริงไหม? มีบางท่านเข้าใจผิด และสั่งสอนกันมาจนพูดติดปากอยู่คำหนึ่งคือคำว่า “คนเราเกิดมารับกรรม”
มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความแตกต่างของแต่ละบุคคล เพราะสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน