บางคนเกิดในตระกูลดีมีการศึกษาสูงมีคุณธรรม ทำบุญและช่วยเหลือผู้อื่นมาโดยตลอด แต่ชีวิตด้านการงานตกต่ำเสมอ ปฏิบัติงานดี เป็นที่รักใคร่ของผู้ใต้บังคับบัญชา ยกเว้นผู้บังคับบัญชาที่หาทางกลั่นแกล้งอยู่เสมอจนทนไม่ได้
คนเราถ้าจะอยู่ในสังคมให้เป็นสุขได้ และพอจะหาความเจริญก้าวหน้าให้กับตัวเองได้ คุณสมบัติพื้นฐานขั้นต่ำสุดของเขาเลยคือ ควบคุมตัวเองได้ ไม่จับผิดใคร และช่วยตัวเองได้
การที่คนเราจะให้อภัยคนอื่นได้ มีความจำเป็นว่า จะต้องฝึกตัวฝึกใจให้มีคุณสมบัติที่ดีพอก่อน เช่น นึกถึงคุณความดีของเขาที่มีต่อเรา นึกถึงโทษของการผูกโกรธ นึกถึงคุณของการให้อภัย ฯลฯ
วันพระ พระภิกษุทุกรูปต้องลงโบสถ์ประชุมสวดพระปาฏิโมกข์กัน คือสวดทบทวนศีลของพระ ฉะนั้นเวลาจะเผาศพ ถ้าตรงกับเวลาที่ท่านจะลงสวดปาฏิโมกข์ ท่านมาสวดบังสุกุลศพให้ไม่ได้
คนผู้ตระหนี่กลัวความยากจนจึงไม่ให้อะไรๆ แก่ผู้ใดเลย ความกลัวยากจนนั่นแหละ จะเป็นภัยแก่ผู้ไม่ให้ คนตระหนี่ย่อมกลัวความอดอยากข้าว ความกลัวนั่นแหละ จะกลับมาถูกต้องคนพาล ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
“ คุณสมบัติ..ยายจะบอกอะไรให้อย่าง คุณจำเอาไว้นะ โรงพักนี้จะไม่เกิดเหตุร้าย ตราบใดที่คุณยังทำให้ที่นี่มีเสียงสวดมนต์ มีการนั่งธรรมะอยู่เป็นประจำ ไปทำตามนี้นะคุณ”
ก็เป็นอย่างที่เขาว่ากันไว้ว่า “คนระยอง...เอาได้” เพราะผู้นำรถหัวใจทองคำที่นี่ เขาไม่มีรีรอ พอได้ยินพระเดชพระคุณหลวงพ่อประกาศออกอากาศว่า “กฐินปีนี้หลวงปู่เป็นประธานกฐิน” ก็ลุยทำหน้าที่กันทันทีเลย ซึ่งปกติแล้วผู้นำรถหัวใจทองคำจังหวัดระยอง เขาจะจัดรถบัสมาวัดกันทุกๆวันอาทิตย์อยู่แล้ว
ผู้นำรถหัวใจทองคำที่นี่ เขามีจิตใจกว้างใหญ่เหมือนดังทะเล เพราะการทำหน้าที่ของผู้นำรถที่นี่เรียกได้ว่า ถึงไหนถึงกัน ที่ไหนยังไปไม่ถึงก็ไม่มีปล่อยเอาไว้ จะอยู่ลึกอยู่ไกลไม่ใช่อุปสรรค ลุยกันสะบั้นหั่นแหลก ตั้งเป้าเพียงอย่างเดียว คือ ตามลูกหลานของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯมางานกฐินครั้งนี้ให้ได้ และงานนี้ก็เรียกได้ว่าลุยกันทุกเพศทุกวัย ทั้งคนหนุ่มคนสาว ผู้เฒ่าผู้แก่
ถึงแม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดลพบุรีในตอนนี้ บางหมู่บ้านน้ำจะยังคงท่วมถึงระดับหัวเข่า แต่พอรู้ว่าวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2551 จะมีบุญใหญ่ที่วัดพระธรรมกาย ระดับน้ำก็เพิ่มขึ้นท่วมท้นใจ เป็นน้ำตาแห่งความดีใจที่จะได้ทำบุญใหญ่ในครั้งนี้ ทุกคนในหมู่บ้านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่ขอพลาดงานบุญครั้งนี้อย่างแน่นอน จะขอเตรียมตัวกันเนิ่นๆ ตั้งแต่วันนี้เลย”
เขาเล่าให้ฟังว่า เพียงแค่เขาเห็นรูปของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ไม่รู้มีอะไรมาดลจิตดลใจให้มีความรู้สึกอยากที่จะมาร่วมงานในครั้งนี้อย่างอัศจรรย์ใจ และการไปทำหน้าที่ในครั้งนี้ ล้วนเป็นเหมือนที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อบอกว่า “เขาคอยเราอยู่ ขอเพียงแค่เราไปหาเขาเท่านั้นเอง” มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ