และนี่คือความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ ที่ลุงเปล่งกับภรรยาได้ประจักษ์กับตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องมหัศจรรย์เหนือความคาดหมาย ทำให้ท่านทั้งสองเกิดอาการคาดไม่ถึงแทบทุกเรื่อง จนท่านทั้งสองชอบพูดเน้น ๆ ย้ำ ๆ อยู่บ่อย ๆ ว่า หลวงพ่อท่าน..ศักดิ์สิทธิ์เกินไป
ขนาดลูกศิษย์รุ่นจิ๋วของหลวงปู่ยังทรงอภิญญา สามเณรน้อย..ทำแผ่นดินไหว สามเณรน้อย..ตาทิพย์
ในสมัยก่อน...ที่วัดปากน้ำ..มีงูชุกชุมมาก ซึ่งถ้าชุมแล้วต่างคนต่างอยู่ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่นี่.!! เจ้างู..มันเล่นมากัดพระ กัดเณร กัดแม่ชีกันเยอะ หลวงปู่ท่านสั่งพวกที่ทำวิชชาว่า ให้เข้าที่ไปตามหัวหน้างู บอกหัวหน้างูไปเจรจากระจายข่าวบอกลูกน้องงูทั้งหลายว่า ให้อพยพไปจากวัดปากน้ำเสีย
ไอ้ผง ที่มึงยากจนอยู่ทุกวันนี้ เพราะมึงไม่มีสายสมบัติติดตัวมาเลย มันถึงได้ยากจน ถ้ามึงเอาเงินมาทำบุญกับกู 25 บาทเนี่ย เท่ากับมึงจะมีสมบัติพันล้านติดตัวเชียวนะ ภพชาติต่อไปมึงจะไม่จนแบบนี้
หลวงปู่ให้แม่ชีถนอมนั่งเข้าที่ไปดูว่า ผู้ปฏิบัติดูแลพระต้นธาตุ เขาได้บุญกันยังไง ตายแล้วจะไปไหน แม่ชีถนอมตอบว่า “คนปฏิบัติดูแลหลวงพ่อต้องขึ้นสวรรค์เจ้าค่ะ อย่างน้อยก็ดาวดึงส์”
ถ้าไม่ได้หลวงปู่ช่วยชีวิตลูกไว้ ลูกก็คงจะแย่ เพราะลูกตกอับ จนเกือบไปเป็นลูกศิษย์พรรคกระยาจกแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้ลูกเอาเงินไปลงทุนค้าขาย แล้วก็โดนโกงจนหมดตัวเป็นหนี้ท่วมหัวเลยค่ะ
ตอนนี้เกิดโกลาหลกันทั้งพิภพแล้วค่ะ คือ ทั้งมนุษย์ และอมนุษย์ต่างตื่นเต้นอยากหล่อทองกันยกใหญ่น้องสาว เขาเลี้ยงกุมารทองไว้ตนหนึ่งพอวันดีคืนดี ถ้ากุมารทองอยากได้อะไรเป็นพิเศษ หรืออยากจะมาเตือนภัยเรื่องอะไรก็ตาม กุมารทองก็จะเข้าสิงร่างของนงลักษณ์ ซึ่งเป็นแม่ของเขา เพื่อบอกเรื่องราวให้คนรอบข้างรู้
คุณวรวรรณ ถนอมพงษ์ เล่าประสบการณ์ที่เธอได้พรจากหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) 3 ข้อ จนผ่านพ้นช่วงตกต่ำที่สุดในชีวิตมาได้
พระเดชพระคุณพระครูสมุทรกวี เจ้าคณะอำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ท่านเป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรี บวชเป็นสามเณรตั้งแต่ยังเด็กที่วัดสองพี่น้อง และเมื่อปี พ.ศ.2498 ท่านได้ย้ายมาเรียนที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ และได้มีโอกาสใกล้ชิด พระเดชพระคุณหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) และท่านยังเป็นสามเณรอีกรูปหนึ่ง ที่ได้พบได้เห็นและได้ยินได้ฟังเรื่องราวต่างๆ จากพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯด้วยตนเอง
ในทางปริยัติ หลวงพ่อสร้างโรงเรียนได้ด้วยบารมีธรรมของหลวงพ่อ จนกระทั่งได้รับการกล่าวว่า “สร้างซะใหญ่โต จะมีใครมาเล่าเรียนศึกษา” แต่เดี๋ยวนี้สถานที่นั้นก็ไม่เพียงพอต่อการเล่าเรียนศึกษา ก็แสดงว่า หลวงพ่อมีอนาคตังสญาณ นี้ไม่ได้ยกย่องจนเกินควรไป เพราะมองเห็นกาลไกลเรียกว่า ทีฆทัสนะ