อาจารย์เสนกะและสหายปุโรหิต เมื่อได้ทราบข่าวด่วนจากพนักงานกรมวังว่า พระราชาทรงเสด็จกลับมาแล้ว ทั้งที่ยังไปไม่ถึงปาจีนยวมัชฌคาม ก็ยิ่งบังเกิดความฉงนใจ ใคร่จะรู้ว่ามีเหตุการณ์อันใดเกิดขึ้น ท้าวเธอถึงได้เสด็จกลับมาเร็วนัก แต่ในขณะเดียวกันก็พากันดีอกดีใจอยู่ที่ไม่น้อย ที่อย่างน้อยๆ ก็มีเหตุให้สามารถประวิงเวลาพระองค์ไว้ได้อีกชั่วระยะหนึ่ง อาจารย์เสนกะก็นึกกระหยิ่มใจว่า “คราวนี้เป็นทีของเราบ้างละ” จึงได้คิดหาเหตุผลเพื่อสนับสนุนสิ่งที่ตนทูลไว้ในครั้งก่อน
วิบากกรรมที่เกิดขึ้นกับเราในชาตินี้ ล้วนมาจากผลของการกระทำในอดีตทั้งสิ้น...ผู้หญิงชาวนอร์เวย์คนหนึ่ง เธอต้องมีชีวิตที่ขาดความอบอุ่นจากครอบครัว ต้องถูกส่งไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่อายุ 3ขวบ พอโตขึ้นมาก็ต้องย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ จนชาชินกับการพลัดพราก...เรื่องน่าแปลก แม้จะเป็นชาวนอร์เวย์ แต่ลูกสาวของเธอ กลับมี Sense แบบหมอดูฮวงจุ้ย รู้ว่าที่ไหนอยู่ได้ ที่ไหนอยู่ไม่ได้ ที่ไหนอยู่ดี หรือไม่ดี
ธรรมดา การที่มนุษย์จะไปสู่สวรรค์ได้นั้น ก็ต่อเมื่อหลังจากที่ตายจากโลกนี้ไปแล้วเท่านั้น จึงจะไปสู่เทวโลกด้วยกายทิพย์ แต่ก็ต้องเป็นบุคคลที่ได้สั่งสมบุญเอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว
พระราชาทรงเห็นความตั้งใจจริงของท่านปุโรหิต จึงทรงอนุญาต และตรัสอนุโมทนาว่า “ถ้าเช่นนั้น ท่านอาจารย์ก็จงบวชเถิด และเมื่อท่านอาจารย์ได้บวชแล้ว ก็จงมาเยี่ยมเราบ้างนะ”
...ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ว่า พระองค์ยิงข้าพระองค์แล้ว ไยจึงซ่อนพระองค์อยู่ เสือเหลืองถูกฆ่าเพราะหนัง ช้างถูกฆ่าก็เพราะงา แล้วข้าพระองค์เล่า เป็นผู้ควรถูกยิงด้วยเหตุอะไร
เหล่าอำมาตย์และเสนาบดีผู้มีศักดิ์ใหญ่ทั้งหลาย ต่างมีความหวัง ได้้อธิษฐานว่า “ขอให้ผุสสรถจงมาจอดอยู่หน้าบ้านของเราเถิด” แต่ปุโรหิตก็ห้ามชาวพระนครไว้ ปล่อยให้ผุสสรถแล่นต่อไป โดยกล่าวว่า ถึงจะแล่นไปสิ้นร้อยโยชน์ก็อย่าให้กลับ จนกว่าจะพบผู้มีบุญบารมี