นิทานสอนใจเกี่ยวกับการตัดสินเหตุการณ์ในชีวิตที่ไม่ควรเร่งรีบ ใครจะรู้ว่าสิ่งใดดีหรือร้ายในอนาคต เรื่องของชายชรากับม้าที่หายไปทำให้เราเรียนรู้คุณค่าของการรอคอย.
คณะครูและนักเรียน โรงเรียนชุมชนวัดทับมา ทอดกฐินสัมฤทธิ์เด็กดี V-Star ประจำปีพุทธศักราช 2567 ในโครงการทอดกฐินสามัคดีทั่วไทย 30,000 วัด โดย คณะศิษยานุศิษย์บูชาธรรม 80 ปี หลวงพ่อธัมมชโย ณ วัดเขาไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
วัดพระธรรมกายเทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จัดพิธีสวดอภิธรรมเพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายแด่พระเดชพระคุณพระเทพพุทธิวิเทศ อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุผู้ถูกภรรยาเก่าโลมเร้า แล้วทรงซักถามภิกษุนั้น “ จริงหรือภิกษุ ได้ทราบว่าเธอกระสันอยากสึก ” “ จริงพระเจ้าค่ะ ” “ เธอกระสันอยากสึกเพราะเหตุอะไร ” “ เพราะภรรยาเก่าพระเจ้าค่ะ ” “ ดูกรภิกษุหญิงนี้ทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่เธอไม่เฉพาะในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อนเธอกำลังจะกระโดดเข้าไฟตายเพราะอาศัยหญิงนี้ แต่อาศัยบัณฑิตจึงได้ชีวิตไว้ ”
พฤติกรรมที่ทำให้ความรักเป็นพิษ
“ พรานเอ๋ย นางผู้นั้น ละวางพยาบาทได้ก็ด้วยชีวิตเรา จงเลื่อยเอางาของเราไปเถิด ” การสิ้นกรรมในชาติภพนั้น พญาฉัททันต์ทนเจ็บปวดเป็นที่เวทนาการ จนเมื่อพรานนำงาคู่ไปถึงกาสิกกรัฐ แล้วพญาช้างก็ขาดใจตาย
คำถาม : ทำอย่างไรจึงจะลืมอดีตที่เลวร้ายเหมือนสนิมที่เกาะกินใจได้ค่ะ
คำถาม : ชาวต่างชาติเขาไม่รู้จักการทำบุญทำทาน ไม่รู้จักการใส่บาตร แล้วเขาจะได้บุญมาจากไหนคะ และทำไมประเทศเขาถึงเจริญมีชีวิตที่ดีกว่าคนไทยที่ชอบทำบุญเสียอีกคะ
คำถาม : รู้จักคนดี ๆ คนหนึ่งแต่กลับอายุสั้น สงสัยว่าทำไมคนทำความดีมาตลอดชีวิต ถึงได้อายุสั้น และมาเสียชีวิตด้วยอุบัติอย่างสยดสยอง
ครั้งหนึ่งพวกภิกษุฉัพพัคคีย์นั้นได้รับกิจนิมนต์จากชาวบ้าน ครั้นเมื่อไปถึงเรือนของผู้นิมนต์แล้วก็นั่งอยู่ในที่ต่ำแสดงธรรมแก่ฆราวาสซึ่งนั่งอยู่ในที่สูงกว่า ด้วยเห็นว่าพวกตนได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าของบ้าน ภิกษุรูปหนึ่งเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั้น จึงนำความไปกราบทูลพระพุทธองค์ทรงทราบ