เรื่องราวความรักของลูกชายเศรษฐีกับลูกสาวชาวนา ซึ่งแม้จะไม่ราบรื่นนัก เพราะคุณพ่อสามีไม่พอใจ และโกรธมาก แต่ก็ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ได้พบกัลยาณมิตรในครอบครัวของสามี และได้มาพบกับหมู่คณะ จนมีอาชีพเป็นผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร สร้างบารมีกับหมู่คณะอย่างเต็มที่เต็มกำลัง...อุทาหรณ์ของการผูกพยาบาท...วิบากกรรมจากคำพูด และเรื่องน่าสนใจอื่นๆอีกมากหลาย
นางตั้งใจทำหน้าที่ของศรี สะใภ้ที่ดีได้ครบสมบูรณ์ทุกอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่นางปรารถนามากๆ และยังไม่มีโอกาสทำ คือ การถวายสังฆทานแด่ภิกษุสงฆ์ เพราะตระกูลฝ่ายสามีเป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่มีความศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา แต่ไปศรัทธาในลัทธิ ชีเปลือยด้วยความเข้าใจผิดว่า ชีเปลือยเหล่านั้นเป็นพระอรหันต์
หากยุคสมัยใดได้ผู้นำที่ดีมีคุณธรรมมา บริหารประเทศ ยุคสมัยนั้นประเทศชาติก็เจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข โลกย่อมบังเกิดสันติสุข ไม่มีการรบราฆ่าฟันกัน มีแต่การแบ่งปันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ปรารถนาดีต่อกัน เมื่อกระแสใจของชาวโลก ตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดี ไม่ประมาทในชีวิต ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา สั่งสมบุญอยู่เป็นนิตย์ ฝนฟ้าจะตกต้องตามฤดูกาล ข้าวปลาอาหารจะอุดมสมบูรณ์
อาชีพค้าขายการให้บริการที่ดี และรอยยิ้มจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่การเป็นลูกหลวงพ่อและได้นั่งสมาธิทุกวัน ช่วยทำให้ลูกรับมือได้และยิ้มออก ต่างจากเมื่อก่อนที่ลูกต้องข่มใจอย่างหนัก และมักท่องในใจเสมอว่า ลูกค้าคือผู้มีพระคุณ แต่ปัจจุบันลูกยิ้มสู้ได้ทุกสถานการณ์ค่ะ
เขาโมโหมากจนหยิบปืนมาจ่อที่ลำคอด้านซ้ายและพูดว่า..มึงอยากตายใช่มั้ย..ลูกนึกว่าเป็นการล้อเล่นซึ่งปกติเขาชอบเล่นปืนอยู่แล้ว และแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น.....เขายิงลูกจริงๆ ลูกรู้สึกเหมือนตัวลูกกำลังลอยเคว้งคว้าง รอบตัวมืดไปหมดจนไม่สามารถขยับตัวได้ ไม่รู้สึกเจ็บ
เรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง...เธอเกิดมาในครอบครัวที่ลำบาก อาศัยอยู่กับคุณปู่-คุณย่าซึ่งมีฐานะยากจน คุณพ่อปกติเป็นคนขยัน แต่ชอบดื่มสุรา เมื่อเมาแล้วชอบด่าทอ และทำร้ายคนรอบข้าง แม้แต่แม่ของตัวเองก็ไม่เว้น...เมื่อเธอโตขึ้น เธอพบรักกับชายคนหนึ่ง ตอนแรกทุกอย่างดีไปหมด แต่ต่อมาทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเป็นตรงกันข้าม จนในที่สุด คนที่เธอรัก ได้ใช้ปืนยิงเธอจนบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่จะใช้ปืนกระบอกนั้นจบชีวิตของตนเอง...ปัจจุบัน เธอพิการ แต่ก็จะทำหน้าที่เป็นยอดกัลยาณมิตร ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
กลับไปมหาวิทยาลัยครั้งนี้จะไปเปิดชมรมพุทธแบบวัดพระธรรมกาย ส่วนชมรมพุทธแห่งองค์กรฉือจี้ซึ่งลูกเป็นประธานอยู่ ก็ได้มอบตำแหน่งและเก้าอี้ให้แก่รองประธานชมรมแล้วครับ เพราะลูกตั้งใจจะมาช่วยงานที่ศูนย์ ฯไทเปทุกสุดสัปดาห์ แม้จะต้องนั่งรถจากมหาวิทยาลัยซึ่งอยู่ภาคใต้ มายังเมืองไทเปที่อยู่ภาคเหนือของประเทศก็ตาม
บ่อยครั้งที่น้ำตาของลูกไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวเพราะลูกสงสารเขา และรู้สึกร้าวรานใจในทุกครั้งเมื่อได้ยินเขาตัดพ้อเสมอๆว่า “ หนูเป็นอย่างนี้..ให้หนูตายไปซะเลยดีไหม..” หรือบางทีเขาจะพูดกับยายเขาบ่อยๆว่า “ยายจ๊ะ..หมอนของหนูใบนี้มันนิ่มดีหนูชอบ หากหนูตายไปแล้วเอาใส่โลงไปให้หนูด้วยนะจ๊ะ”