ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา นี้เรียกว่า อิทธิบาท ๔ เป็นหัวใจแห่งความสำเร็จทั้งมวลแปลอย่างจำได้ง่ายว่า ปักใจ บากบั่น วิจารณ์ ทดลอง ไม่ว่าจะทำกิจการใด ถ้าประกอบด้วยอิทธิบาท ๔ อย่างนี้ เป็นสำเร็จทั้งสิ้น
พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ท่านใช้คำว่า ปล้ำใจให้อยู่ เหมือนนักมวยปล้ำมีคู่ต่อสู้คือความอยาก มันจะดึงใจเราให้ออกไปข้างนอก เราต้องดึงใจกลับมาให้มันหยุด สู้กัน และก็หมั่นสังเกตดูว่า เราทำถูกหลักวิชชาไหม หยุดนิ่งเฉย ๆ หรือเปล่า อย่างนี้แค่นี้เท่านั้น เดี๋ยวเราก็สมปรารถนา
อิทธิบาทก็คือ “ทางดำเนินไปสู่ความสำเร็จ”ซึ่งประกอบด้วยหมวดธรรม 4 ข้อ คือ 1. ฉันทะ คือ เต็มใจทำ 2. วิริยะ คือ แข็งใจทำ 3. จิตตะ คือ ตั้งใจทำ 4. วิมังสา คือ เข้าใจทำ
พุทธสุภาษิต วันนี้ "สาธุ โข สิปฺปกํ นาม, อปิ ยทิสํ กีทิสํ, ขึ้นชื่อว่าศิลปะ แม้เช่นใดเช่นหนึ่ง จะยังประโยชน์ให้สำเร็จได้" พุทธศาสนสุภาษิต ที่บัณฑิตควรศึกษาไว้...
วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จัดกิจกรรมฝึกสมาธิให้กับชาวท้องถิ่น ซึ่งมีชาวท้องถิ่นผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น เพื่อแสวงหาความสงบและแนวทางการสร้างความสุขที่แท้จริงในชีวิตประจำวัน
คำว่าปลื้มเป็นคำทั่วไปที่เราใช้กันคุ้นเคยแต่ศัพท์ในพระพุทธศาสนาที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่าปลื้มก็คงเป็นคำว่า “ปีติ” (ไม่ใช่ปิติ) ปีติมี ๕ ประการ
ในสังคมของชาวโลกนั้น ความสำเร็จของงานเป็นสิ่งที่ทุกๆ คนต่างปรารถนา งานทุกอย่างจะสำเร็จได้เป็นอย่างดี จะต้องอาศัยธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย ซึ่งธรรมบทนั้นได้แก่ อิทธิบาท ๔ คือ มีความรักในงานที่จะทำ เห็นความสำคัญของงานนั้น และใช้ความเพียรพยายาม มุมานะ อีกทั้งมีความเอาใจใส่ พิจารณาตรวจตรางานอยู่เสมอและหมั่นปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้แล้ว ย่อมบรรลุผลที่ตั้งใจอย่างแน่นอน
วัดพระธรรมกายสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จัดปฏิบัติธรรม ณ เมืองเบียน
ชีวิตของเราคือเงาของความคิด นั่นก็หมายความว่า ถ้าเราอยากได้ชีวิตเป็นอย่างไร ก็ต้องเริ่มปรับกันตั้งแต่ความคิดเลยค่ะ และแน่นอนค่ะว่ามนุษย์ทุกคนในโลกนี้ ล้วนแล้วอยากให้ตนเองชนะ ไม่ได้อยากเป็นผู้แพ้ แต่จะเป็นผู้ชนะได้อย่างไร ต้องเริ่มตั้งแต่ความคิดว่า แล้วจะปรับโหมดความคิดของเราอย่างไร ให้ตรงกับความคิดของผู้ชนะ ดังนั้นวันนี้เราเลยมาพูดคุยกันในเรื่องคิดอย่างผู้ชนะ แต่ก่อนที่จะถึงความคิดของเค้านะค่ะ มาดูคำจำกัดความก่อนดีกว่า ว่าผู้ชนะเค้าคิดกันอย่างไร