วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 นี้ มีงานบำเพ็ญบุญกตัญญู บูชาผู้มีพระคุณ แด่ คุณแม่จุรี สุทธิผล และ
มูลนิธิธรรมกาย ร่วมกับ บริษัทชับบีควีน จำกัด ได้มอบอุปกรณ์กันหนาวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวที่จังหวัดชัยนาท
พระธรรมโกศาจารย์ เป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 3 ประเทศ ทางแม่น้ำเจ้าพระยาจากวัดไก่เตี้ยมายังวัดประยุรวงศาวาส เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ
กำพร้า / พลัดพราก เกิดจากวิบากกรรมในอดีตชาติ 1.พูดประชดพ่อแม่ 2.ดื้อ หนีออกจากบ้าน 3.ทิ้งลูก พรากลูกสัตว์ 4.เจ้าชู้ ไม่รับผิดชอบภรรยา บุตร 5.ยินดี / สนับสนุนการทำสงคราม
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเตรียมจัดปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ
มหาเถรสมาคมมีมติแต่งตั้งพระสังฆาธิการทั้งฝ่ายธรรมยุตและมหานิกายจำนวน 5 รูป
พระแม่เภรีได้ฟังเหตุผลนั้นแล้ว จึงทูลถามถึงโทษของพราหมณ์เกวัฏเป็นลำดับต่อไป "ขอถวายพระพร ท่านปุโรหิตเกวัฏมีอุปการะแก่พระองค์มากทีเดียว ท่านเป็นผู้ฉลาดสามารถ เชี่ยวชาญในคัมภีร์พระเวท รอบรู้ในการทำนายทายทัก เรื่องสุบินนิมิต เรื่องฤกษ์ยาม โดยเฉพาะฤกษ์ยามในการยกทัพและในการเข้ารบ รู้แม้กระทั่งเสียงร้องของสัตว์ทั้งหลาย บุคคลเช่นท่านเกวัฏนี้หาไม่ได้ง่ายเลย"
นอกจากพระจุลนีราชกุมาร จะได้ธนูเสกข์บุตรพ่อครัวเป็นเพื่อนเล่นคู่พระทัยแล้ว พระกุมารยังทรงสนิทสนมคุ้นเคยกับพระนันทากุมารี พระราชธิดาของพระเจ้ามัททราชมากเป็นพิเศษ เพราะเหตุที่ทั้งสองพระองค์ได้พบปะกันบ่อยๆในสนามเด็กเล่น ซึ่งเป็นกรีฑาสถานที่ให้ความสำราญพระทัยของเหล่าราชบุตรและราชธิดานั่นเอง เมื่อต่างได้เห็นหน้ากันทุกวัน ทั้งพระจุลนีราชกุมารและพระนันทาราชกุมารีก็เริ่มมีพระอัธยาศัยต้องกัน
พระราชบิดาของพระเจ้าจุลนีทรงพระนามว่า มหาจุลนี ท้าวเธอทรงอภิเษกพระนางสลากเทวีเป็นพระมเหสี ต่อมาพระนางสลากเทวีทรงลอบเป็นชู้กับฉัพภิพราหมณ์ จึงได้ปลงพระชนม์พระเจ้ามหาจุลนี แล้วยกราชสมบัติทั้งหมดให้ฉัพภิพราหมณ์ ตั้งแต่พระเจ้าจุลนียังทรงพระเยาว์
พระมารดาจึงได้ส่งขนมและน้ำอ้อยให้แก่พระกุมารเสวย ขณะนั้นหมู่แมลงวันได้กลิ่นน้ำอ้อย ก็พากันบินมาตอมพระกุมาร จุลนีราชกุมารทรงดำริว่า “เราจักเคี้ยวกินขนมนี้โดยไม่ให้มีแมลงวัน” ครั้นแล้วจึงทรงเลี่ยงไปหน่อยหนึ่ง แล้วหยดน้ำอ้อยลงสู่พื้น พร้อมกับค่อยๆไล่แมลงที่ห้อมล้อมพระองค์อยู่ แมลงวันเหล่านั้นแทนที่จะรุมตอมพระกุมาร ก็พากันไปรุมตอมน้ำอ้อยที่พื้นแทน