ผมว่าการเป็นพระยากกว่าเป็นตำรวจ เพราะการฝึกของตำรวจนั้น พอเดินตากแดดก็มีหมวก ไปยืนหลบได้ ถ้าป่วยก็นอนพักได้ แต่การฝึกของพระธุดงค์นั้น ยากยิ่งกว่า เพราะต้องเดินฝ่าเปลวแดด เพื่อจะได้เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาของญาติโยมว่า พระทำได้อย่างไร
ผมคิดว่าการเดินธุดงค์ในเมือง มันยากกว่าการเดินธุดงค์ในป่ามากๆ เพราะมันเป็นบทฝึกตบะขั้นเทพ เพราะในป่ามีสิ่งเร้าภายนอกน้อยกว่า แต่ในเมืองมีความวุ่นวายเข้ามาให้เราได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้สัมผัสความร้อนระอุของแดด แต่หากทำได้ สมาธิเราจะก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดอย่างเหลือเชื่อ
ทุกวันที่เดินธุดงค์ มีสิ่งหนึ่งที่เตือนสติผมให้มีใจตั้งมั่น คือการได้ก้าวลงบนกลีบดอกดาวรวย เพราะผมรู้ว่ามันคือหยาดเหงื่อ โยมปลูกและโปรยด้วยศรัทธา ยิ่งในพิธีล้างเท้า ผมจะอัศจรรย์ในตัวโยมมาก ที่เขายอมล้างเท้าให้เรา
เส้นทางธุดงค์ที่ผ่านมาเป็นเส้นทางศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ครับ ผมเชื่อว่าทุกก้าวของพระธุดงค์อยู่ในสายตาของพระเดชพระคุณหลวงปู่ การเดินธุดงค์ครั้งนี้ สอนให้ผมรู้ว่าชีวิตสมณะสูงค่าไม่มีอะไรเทียบได้อีกแล้ว
ผมอธิษฐานจิตขออาราธนาหลวงปู่มาเดินนำขบวนพระธุดงค์ พอได้ยินหลวงพ่อเล่าใน DMC ว่ามีคนเห็นหลวงปู่มาเดินนำขบวนจริงๆ ผมฟังแล้วขนลุกซู่เลยครับ รู้สึกว่าตัวเองไม่เสียชาติเกิดที่ได้เดินตามหลวงปู่จริงๆ ผมจึงขอใช้คำว่า “หลวงปู่ คือ ผู้นำขบวนที่แท้จริง" ครับ
ผมเห็นแค่สองอย่างคือ ส้นเท้าของพระเพื่อนที่อยู่ข้างหน้า กับองค์พระภายในที่สว่างไสว พอถึงจุดหมายปลายทางผมรู้สึกเต็มอิ่มและมีความสุขมากๆ จึงรู้ว่านี่แหละคือการเดินธุดงค์ที่แท้จริง
พอผมสัมมาอะระหังไปเรื่อยๆ อยู่ๆ ใจมันรวมเป็นก้อน จนเหมือนมีก้อนพลังกลมๆ อยู่ในท้อง เป็นก้อนที่ทำให้ผมมีปีติ มีความสุขไปตลอดเส้นทางเดินธุดงค์ที่ยาวที่สุดในโลกทั้ง 26 วันเลยครับ
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2556 ที่ผ่านมานี้ ถือเป็นวันฉลองชัยชิตังเม ที่เหล่าพุทธบุตรกองพันเนื้อนาบุญก้าวมาถึงกิโลเมตรสุดท้ายแล้วที่วัดพระธรรมกาย
วันนี้เป็นวันที่คณะพระธุดงค์ได้เดินผ่ากลางเมือง ท่ามกลางความปลื้ม เป็นระยะทางไกลมากเป็นพิเศษกว่าทุกๆ วัน ทางยิ่งไกลกระแสศรัทธาก็ยิ่งมาก จนถนนวิภาวดีรังสิตถึงถนนพหลโยธินกลายเป็นเส้นทางแห่งพลังศรัทธาไปแล้ว
วันนี้คือวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่มีการเดินธุดงค์ผ่าใจกลางเมือง ทำให้ปลื้มไปทั่วกรุง ทั้งภาครัฐและเอกชนจัดเต็มทุกส่วนงาน ทำให้ในวันนี้กรุงเทพมหานครกลายเป็นพุทธมหานครอย่างแท้จริง