รุกขเทวาตักบาตรพระธรรมทายาท 6 รูป ด้วยข้าวสุก ไข่ และแกง แล้วหายตัวไป เมื่อพระธรรมทายาทเปิดบาตรดู เหลือแต่ข้าวสารกลิ่นหอมดอกมะลิ
พระราชธิดาทรงทราบว่า เสนาบดีนั้นมาเพื่อราชสมบัติ จึงมีพระประสงค์จะทดสอบเสนาบดีว่า จะมีปัญญาพอที่จะรองรับสิริแห่งเศวตฉัตรได้หรือไม่ จึงรับสั่งให้ท่านเสนาบดีเข้าเฝ้า
ตายแล้ว ไปอยู่กันคนละภพภูมิ เมื่อมาเจอกันจะจำกันได้หรือไม่ อย่างไร
ตัวอย่างชีวิตของยอดนักสร้างบารมี ผู้อุทิศตนรับใช้งานพระพุทธศาสนาจนวาระสุดท้ายของชีวิต
ในภพชาติก่อนๆ นู้น คุณพ่อของลูกได้เกิดเป็น “กุลบุตรสุดจี๊ด” ที่มีนิสัยเกะกะเกเร ไม่ยอมเรียนหนังสือ และไม่ค่อยเชื่อฟังบิดามารดาของท่าน
สมัยที่ดิฉันได้เกิดเป็นมนุษย์นั้น ดิฉันเป็นผู้มีความซื่อตรง มีวาจาสัตย์ ไม่คิดนอกใจสามี ได้ถนอมนํ้าใจสามีเหมือนมารดาถนอมบุตรผู้เป็นที่รัก แม้บางครั้งดิฉันจะรู้สึกไม่พอใจ ดิฉันก็จะไม่ลุแก่อำนาจอารมณ์ จะไม่กล่าวคำหยาบคาย ตั้งอยู่ในสัจจะอย่างเคร่งครัด... เพราะบุญนั้น ส่งผลให้ดิฉันมีวรรณะที่งดงามอย่างนี้ มหาสมบัติอันเป็นทิพย์ที่น่าใคร่ น่าปรารถนาจึงบังเกิดขึ้น
คำถามข้อที่ 1. กัลฯ นพรัตน์ตายแล้วไปไหน ในตอนนี้เธอมีความเป็นอยู่อย่างไร ได้รับบุญที่ครอบครัวและเพื่อนๆ กัลยาณมิตรส่งไปให้หรือไม่ และเธอมีข้อความอะไรฝากมาถึงทุกๆ คนบ้างไหมคะ
คำถามข้อที่ 1 คุณแม่ตายแล้วไปไหน ท่านมีความรู้สึกอย่างไรและท่านมีข้อความอะไรฝากมาถึงลูกๆหลานๆ และเหลนๆ บ้างหรือไม่ครับ
ท่านภิกษุท่านยังเด็กเยาว์วัยหนุ่มแน่น มีผมดำ ประกอบด้วยความหนุ่ม ทั้งยังเจริญ มีรูปงามน่าดู น่าเลื่อมใส ท่านเป็นเช่นนี้ ไม่บริโภคกาม ประโยชน์อะไรด้วยการบรรพชา จงบริโคกามเสียก่อนเถิด ภายหลังจึงค่อยบวชบำเพ็ญสมณะธรรม ” “ แน่ะ เทพธิดา เราไม่รู้ความตายของเราว่า เราจักตายเมื่ออยู่ในวันโน้น เรากำหนดเวลาไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราจักบำเพ็ญสมณะธรรม ในตอนยังเป็นหนุ่ม แล้วจักทำที่สุดแห่งทุกข์ ” “ ถ้าอย่างนั้น ก็แล้วแต่ท่านเถิด ข้าขอลาก่อน ”
“ดูก่อนเทพธิดาผู้มีกายอันประดับประดาแล้ว สวมทิพย์มาลัย ทรงพัสตราภรณ์อันสวยงาม วิมานตั่งแก้วไพฑูรย์ของท่านโอฬาร รวดเร็วดังใจ ไปได้ตามใจปรารถนาส่องแสงประกายดังสายฟ้าแลบลอดหลืบเมฆ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะเช่นนี้โภคะทุกอย่างที่น่าปรารถนาจึงเกิดขึ้นแก่ท่าน”