เธอเคยติดการพนัน เคยเสียเงินจากการพนันไปเป็นล้านภายในเวลา 6 เดือน เคยประกอบอาชีพที่ผิดต่อศีลธรรม ไม่ว่าจะเป็น ขายเหล้า ขายหวยใต้ดิน จัดสถานที่ค้าประเวณี แต่เมื่อเธอได้ดู DMC ได้เรียนรู้ความเป็นจริงของชีวิต เธอและสามีจึงหักดิบ เลิกอาชีพผิดศีลธรรมทั้งหลาย โดยไม่เสียดายรายได้เดือนละหลายๆแสนบาท...คำถามที่น่าสนใจ...การสาปแช่ง ด้วยการเผาพริกเผาเกลือนั้น คนที่ถูกคำสาปแช่ง จะเป็นไปตามที่แช่งหรือไม่, การที่คำสาปแช่งเกิดผลเป็นจริงได้นั้น เป็นเพราะสาเหตุใด
พระพุทธศาสนา ได้รับผลกระทบจากสภาพความวุ่นวายทางการเมืองและสงครามเรื่อยมา สถาบันศาสนาก็ถูกรังแกอย่างไม่เป็นธรรม จนเป็นเหตุของการสร้างความตกตะลึงให้ชาวโลก ในปี พ.ศ.2506 มีพระภิกษุและแม่ชีในเวียดนาม เผาตัวเองประท้วงฝ่ายปกครอง
I am so excited and happy that I finally sat down and wrote up my own case study. If there were no law of karma from other case studies, I would not have a chance to write up my case today. This is because I may be in prison from killing others. Therefore, I would like to send my story to the most graceful person who devotes himself to broadcast brightness to me and others. He is Luang Phaw who I pay most respect.
สันติสุขภายในที่ผมได้รับ ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจที่จะหักดิบ เลิกบุหรี่ ทั้งที่เคยสูบมาตลอด 30 ปี และเมื่อผมได้นั่งสมาธิมากขึ้น มากขึ้น ทำให้ผมยิ่งเห็นว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นตัวถ่วงความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ผมได้จัดงานเทเหล้า เผาบุหรี่ที่บ้าน ในเดือนตุลาคมปี 48 ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องผิดปกติของคนเดนมาร์ก แต่ผมว่า “นี่แหละ เป็นความถูกปกติของลูกพระธัมฯ”
ผมภาวนาให้มีโอกาสได้ทำข่าวดีๆ ในประเทศนี้สักครั้ง แต่ดูเหมือนว่าทุกข่าวจะเป็นข่าวร้ายไปแล้วทั้งสิ้น ยิ่งได้เห็นสภาพความทุกข์ยากด้วยตนเอง ทำให้ผมคิดว่าจะเป็นคนขาวหรือคนดำก็มีความทุกข์ไม่แตกต่างกัน น่าสงสารเหมือนกัน คนหนึ่งมีทุกข์เพราะถูกจ้องปองร้าย ส่วนอีกคนทุกข์เพราะไฟแค้นสุมอก คอยเผาทำร้ายตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะสิ้นสุด
ตัวอย่างของความตระหนี่...หญิงคนหนึ่งมีอาชีพเป็นเจ้ามือหวยใต้ดิน แต่ก่อนเธอมีฐานะดี แต่เธอกลับไม่ดูแลพ่อแม่ ไม่สงเคราะห์ญาติพี่น้องแม้ว่าญาติเหล่านั้นจะอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก ต่อมา กิจการหวยของเธอทำให้เธอต้องหมดเนื้อหมดตัว กลายเป็นคนเคยรวย แม้วาระสุดท้ายของชีวิต ตายแล้ว ไม่มีแม้แต่โลงศพ ต้องใช้เสื่อห่อศพเพื่อนำไปเผา ชีวิตหลังความตายของเธอเป็นอย่างไร...ที่นี่...มีคำตอบ
หญิงไทยในต่างแดน...คุณพ่อของเธอมีอาชีพทำสวนผลไม้ เสียชีวิตเมื่ออายุ 70ปี แต่เรื่อน่าแปลก คือ ศพของท่านเผาอย่างไรก็ไม่ไหม้ จนคุณแม่ของเธอต้องอธิษฐานขออนุญาต จึงเผาได้...สามีของเธอ เคยชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่ วันหนึ่งเขาไอแล้วสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมา ก็หักดิบเลิกสิ่งเหล่านั้นทันที...ลูกชายคนโตของเธอ เมื่ออายุ 17ปี ป่วยเป็นมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลืองขั้นสุดท้าย หมอบอกว่า ไม่รอดแน่ แต่กลับหายได้เมื่ออายุ 19ปี
ก่อนที่เธอจะเกิดมา คุณแม่ของเธอเคยเสียลูกชายไปตั้งแต่เขาอายุได้เพียง 7วัน คุณแม่ได้เอาเขม่าดำก้นหม้อ ป้ายที่หน้าผากด้านซ้าย ก่อนนำศพไปเผา...เมื่อเธอเกิดมา ก็มีปานที่หน้าผากตรงจุดเดียวกัน คุณแม่เชื่อว่าเธอคือลูกชายที่ตายไปมาเกิด...ในวัยเด็ก เธอเคยพบเหตุการณ์ประหลาด มีเด็กตัวเล็กๆสูงแค่เข่า (ตอนนั้นเธออายุ 5ขวบ) มาเล่นกับเธอ แล้ววิ่งหายไปในดงเถาวัลย์เตี้ยๆข้างรั้ว...ปัจจุบัน เธอเป็นอาสาสมัครช่วยงานที่วัดในวันอาทิตย์
เธอได้ล้มป่วยด้วยโรคลูคิวเมีย (มะเร็งในเม็ดเลือดขาว) ปลายปี 2548 หมอบอกว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพราะ โรคของเธอมาถึงระยะสุดท้ายแล้ว สองสามีภรรยารู้สึกเศร้าเสียใจมาก ทางออกสุดท้าย เขานึกถึงเพื่อนชาวพุทธ คือ ตัวผม พร้อมกับส่งคำถามว่า “หากมีคนมาบอกว่าภายในสัปดาห์นี้คุณจะต้องตาย ชาวพุทธเขาเตรียมตัวกันอย่างไร”
การที่เรากระทำสิ่งใดลงไปก็ตาม สิ่งนั้นสามารถส่งผลเชื่อมโยงถึงกันได้ ยิ่งปัจจุบัน เราอยู่ในยุคโลกาภิวัฒน์ ที่ข้อมูลข่าวสารถึงกันหมด หากเรากระทำสิ่งที่ไม่ดี ย่อมจะเกิดผลกระทบเสียหายต่อคนรอบข้างและคนทั้งโลก เหมือนไม้ขีดไฟก้านเดียวสามารถลุกลามเผาป่าเผาเมืองได้ แต่หากเรากระทำความดีแม้เพียงเล็กน้อย และแม้จะกระทำกันเพียงกลุ่มเล็กๆ แต่ก็สามารถขยายผลแห่งความดีไปทั่วโลกและจักรวาลได้