ผมเห็นหลวงพ่อ...ท่านรับแขก โดยช่วงเย็นจะมีญาติโยมไปพบท่าน หลังจากหลวงพ่อ...ท่านทำวัตรแล้ว แต่ละคนไปเล่าให้ฟังว่า เป็นโรคอะไร มีอาการอย่างไร หลวงพ่อก็บอกว่า เขียนมาว่ามีอาการของโรคเป็นอย่างไร ท่านให้เขียนชื่อ นามสกุล ที่อยู่ แล้วไปใส่ตู้ไว้ ตู้อยู่หน้ากุฏิของท่าน ผมและเพื่อนไปช่วยกันเก็บจากตู้ไปใส่ในโถไว้ให้หลวงพ่อ แล้วท่านก็จะนำไปแก้ให้ในโรงงาน
มุสิละกราบทูลว่า ตนมีความสามารถพอๆ กับอาจารย์ จึงไม่ขอรับเงินเดือนที่ต่ำกว่าอาจารย์ ขอให้พระองค์พระราชทานเท่ากับอาจารย์เถิด พระราชาตรัสว่า เจ้าอย่าพูดอย่างนั้น ธรรมดาอาจารย์ต้องได้รับมากกว่าศิษย์ มุสิละก็ ไม่ยอม จากนั้นก็ออกไปประกาศให้มหาชนไปเป็นสักขีพยาน ในการประลองฝีมือการดีดพิณระหว่างตนกับอาจารย์
เมื่อวันเวลาล่วงเลยไปหลายปี จากพราหมณ์หนุ่มก็กลายมาเป็นพราหมณ์แก่ชรา และได้รับทุกขเวทนาแสนสาหัส แต่ยังมีสติอยากจะฟังธรรมิกถาจากพระสารีบุตร จึงสั่งคนรับใช้ให้ไปบอกพระเถระว่า บัดนี้ตนเองป่วยหนัก ได้รับทุกขเวทนาแสนสาหัส ถ้าพระคุณเจ้า สะดวกขอให้มาโปรดด้วยเถิด
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อย่าว่าแต่พระเจ้าสุปปพุทธะ จะขึ้นไปอยู่บนปราสาทชั้น ๗ และมีทหารกำยำล่ำสันเฝ้ารักษาประตูอยู่เช่นนี้เลย แม้จะมีฤทธิ์เหาะไปได้ในอากาศ หรือจะทรงหนีไปทางมหาสมุทร หรือจะทรงหนีเข้าไปในซอกเขา ก็จะต้องถูกแผ่นดินสูบที่เชิงบันไดของปราสาทนั่นแหละ เพราะถ้อยคำของตถาคตไม่เป็นสอง เรากล่าวอย่างไร ย่อมเป็นอย่างนั้น
คุณครูไม่ใหญ่เคยบอกว่า “หากเรามีบุญมาก เราจะทำอาชีพอะไร เราก็จะอยู่ตรงยอดของอาชีพนั้น” เมื่อก่อนลูกไม่เข้าใจ แต่เดี๋ยวนี้ลูกเข้าใจแล้ว ไม่ว่าอาชีพครู เราก็เป็นยอดของครู อาชีพนักธุรกิจ เราก็เป็นยอดของนักธุรกิจ หรือแม้แต่การเป็นผู้นำบุญ มีหลายคนบอกว่าลูกเป็น Wonderful Amazing Woman แต่ลูกบอกว่า เปล่าเลย ลูกก็เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง แต่มีหัวใจที่แข็งแกร่งและมุ่งมั่น อาศัยแต่ “บุญ” เท่านั้น คือ สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุขและความสำเร็จทั้งปวง
The miracle of crystal sun occurred not only in Thailand and but also in American. What factors brought this happen? What are the retributions of killing animal? What is water sprite? DMC has the answers.
ฝ่ายพระโพธิสัตว์ แม้ฤษีผู้เป็นบิดามารดาจะได้ดวงตาคืนมา มองเห็นเป็นปกติดังเดิมแล้ว แต่พระโพธิสัตว์ก็ยังคงปฏิบัติบำรุงบิดามารดาเหมือนดังเดิม มิให้ท่านทั้งสองต้องลำบากกายลำบากใจ
ฤษิณีผู้เป็นมารดา ได้ยกเท้าทั้งสองขึ้นกอดไว้แนบอก แล้วพร่ำรำพันอยู่ว่า “โธ่ พ่อสามะของแม่ เจ้าต้องมานอนเกลือกเปื้อนฝุ่นทราย ถูกทิ้งไว้ในป่าใหญ่ ดุจดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ตกลงสู่ผืนดินเสียแล้ว โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเสียเลย...พ่อสามะผู้งดงามของแม่ เจ้ามาหลับใหลเหมือนคนเมาสุราไม่ยอมลุกขึ้นสักที เจ้าขัดเคืองใครหรือจึงไม่ยอมพูดจาอะไรกับแม่บ้างเลย”
ฝ่ายพระเจ้าปิลยักขราช ได้เห็นภาพของฤษีทั้งสองแล้ว ก็รู้สึกสงสารยิ่งนัก ได้ทรงปลอบใจให้ทั้งสองคลายความโศกว่า “ขอผู้เป็นเจ้าทั้งสอง อย่าได้คร่ำครวญถึงสามะบุตรผู้ถึงพร้อมด้วยคุณความดี ว่าเขาถูกเราฆ่าตายเสียแล้ว แล้วใครจะเลี้ยงดูพวกเราเลย...แม้จะสิ้นสามะแล้ว ข้าพเจ้านี่แหละจะขอเลี้ยงดูผู้เป็นเจ้าทั้งสองอยู่ในป่าใหญ่นี้เอง