ในระหว่างที่ไก่ชนของทั้งสองฝ่ายกำลังจิกตีกันอยู่นั้น กลุ่มของโยมพ่อของลูกกับกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นฝ่ายตรงข้าม ต่างก็เริ่มมองหน้าหาเรื่องกัน
“ คุณยายคะ..ช่วงนี้โรงพักวุ่นวายจังเลยค่ะ ตาแป๊ะ ที่เฝ้าโรงเจคลอง 7 แกหายสาบสูญไปไหนไม่มีใครทราบ หากันหลายวันแล้วไม่เจอ ญาติพี่น้องก็ไม่รู้แกหายไปไหน...”
ในระหว่างเดินทาง มโหสถเป็นห่วงว่านางจะได้รับความลำบาก จึงได้มอบร่มและรองเท้าให้แก่นาง พร้อมกับกล่าวว่า “อมรา น้องรัก เจ้าจงรับร่มและรองเท้าคู่นี้ไว้เถิด เพราะหนทางข้างหน้ายังอีกไกลนัก หากมีร่มกั้นเสียหน่อย ถึงแดดจะแผดกล้าเพียงใด ก็ไม่อาจแผดเผาผิวกายของเจ้าได้ และหากว่าเจ้าได้สวมใส่รองเท้าคู่นี้ ก็จักช่วยป้องกันเสี้ยนหนามตามทางได้เป็นอย่างดี”
ทันทีที่มโหสถมาถึง ก็รีบมุ่งตรงไปที่ริมขอบสระ ยืนจ้องมองดูแสงแก้วมณีนั้นอย่างพินิจพิจารณา แม้นสระโบกขรณีนั้นจะกว้างใหญ่สักเพียงใดก็ตาม แต่พอมโหสถสังเกตดูเพียงครู่เดียว ก็รู้ทันทีว่า แสงที่เห็นนั้นมิใช่แสงที่พวยพุ่งขึ้นมาจากสระอย่างแน่นอนแท้ที่จริงคงเป็นเพียงเงาสะท้อนของดวงแก้วมณีเท่านั้น แต่ปัญหาที่ยากยิ่งกว่านั้นก็คือ “แล้วแก้วมณีนั้นเล่า ตั้งอยู่ ณ ที่แห่งใดกัน”
อีกาตัวหนึ่งเห็นสุนัขจิ้งจอกกำลังกินซากโคอย่างเอร็ดอร่อย มันจึงแกล้งพูดยกย่องเจ้าจิ้งจอกเพื่อจะได้กินซากโคนั้นบ้าง “ ท่านพญาจิ้งจอกผู้มีร่างกายล่ำสัน องอาจดั่งพญาราชสีห์ ข้าขอนอบน้อมแด่ท่าน ขอให้ข้าได้กินเนื้อนั่นบ้างเถิด ” ฝ่ายสุนัขจิ้งจอกเมื่อได้ยินกากล่าวยกย่องตนดังนั้นก็ชื่นใจ แล้วจึงกล่าวตอบด้วยการยกย่องกาเช่นกัน “ กุลบุตรย่อมสรรเสริญกุลบุตรด้วยกัน ท่านกาผู้มีสร้อยคองามเด่น ดั่งเช่นนกยูง เชิญท่านลงมาจากต้นละหุ่ง มากินเนื้อให้สบายใจเถิด ”
เรื่องบางเรื่องที่ไม่เป็นสาระ เช่น เรื่องกาม ยายไม่เคยพูดเลย และอายที่จะพูดด้วย ยิ่งเมื่อยายเป็นสาวยิ่งอายมาก มาเดี๋ยวนี้ยายแก่มากแล้ว บางเรื่องจึงกล้าพูด
ถึงแม้ว่าคุณแม่ของลูกในภพชาตินั้นจะสำนึกผิด แต่บาปอกุศลกรรมที่ท่านได้ทำไว้ ได้ถูกตั้งเป็นผังที่รอคอยการส่งผลเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น ชีวิตหลังความตายจะเป็นอย่างไร ตายแล้วจะไปไหน จะมีสิ่งใดเป็นที่พึ่งที่แท้จริง
ในอดีตชาติ โยมพ่อของลูกมักจะแกล้งบริวารคนสนิทที่ขี่ม้าออกไปด้วยกันจนทำเขาตกม้า บาดเจ็บเล็กๆน้อยอยู่เป็นประจำ