แม้พระโพธิสัตว์ทรงรู้ว่า ถูกขับไล่ให้ไปอยู่ในป่าก็มิได้หวั่นไหว รุ่งขึ้นของวันใหม่ ท่านได้บริจาคสัตตสตกมหาทาน ด้วยความปีติยินดี เหมือนไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้น พวกเทวดาได้แจ้งพระราชาในชมพูทวีป ว่า พระเวสสันดรทรงบำเพ็ญมหาทาน และกำลังพระราชทานนางขัตติยกัญญา พวกกษัตริย์จึงเสด็จมาด้วยเทวานุภาพ รับนางขัตติยกัญญาเหล่านั้นไปเป็นมเหสี
ข้าพระพุทธเจ้าได้ทำการบูชาพระองค์ด้วยจุณแห่งแก่นจันทน์นี้ ขอให้ข้าพระพุทธเจ้าได้เป็นมารดาของพระพุทธเจ้าผู้เช่นพระองค์ในอนาคตกาล
พระบรมโพธิสัตว์ได้ดำรงตนเป็นแบบอย่างนักสร้างบารมี ตั้งแต่ประสูติจากพระครรภ์ของพระมารดา ก็แบพระหัตถ์ออก และกล่าวกับพระมารดาว่า"เสด็จแม่ มีสิ่งใดให้ลูกได้ทำทานบ้าง" นี่..พระองค์เกิดมาเพื่อการนี้ เพื่อบ่มบารมีให้แก่รอบ ครั้นพระชนมายุได้เพียง ๘ ชันษา ประทับอยู่บนปราสาทตามลำพัง ทรงคิดที่จะบริจาคทานว่า "เราพึงให้หัวใจ ดวงตา เนื้อ เลือด และร่างกายที่มีอยู่ทั้งหมดนี้ หากใครมาขอเรา ให้เราได้ยิน เราก็จะพึงให้ด้วยความยินดี"
วัดพระธรรมกายโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดพิธีบุพเปตพลี เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่หมู่ญาติผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
ช่วงที่วัดเป็นข่าวก็มีกระแสโจมตีอย่างเอาเป็นเอาตายว่า วัดพระธรรมกายบิดเบือนคำสอน ซึ่งหากบิดเบือนจริงก็ดูได้ไม่ยากเลย แค่เอาเรื่องนั้นไปเปรียบเทียบกับพระไตรปิฎก เช่น วัดพระธรรมกายพูดถึงคำว่า “ดุสิตบุรี” ก็มีคนโจมตีและมีคนหลงเชื่อกันแบบไม่ลืมหูลืมตาว่า คำนี้ไม่มีในพระไตรปิฎกแต่พอมาค้นในพระไตรปิฎกจริง ๆ ปรากฏว่าคำว่า “ดุสิตบุรี” อยู่หลายแห่ง
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นประธานในพิธีเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก และปฏิบัติธรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้นแบบของยอดนักสร้างบารมี ที่สร้างบารมีในทุกเวลาทุกสถานที่ ไม่ว่าจะกี่ภพกี่ชาติพระพุทธองค์มุ่งสร้างบารมีโดยไม่มีข้อแม้
วัดสุทัศนเทพวราราม จัดเทศน์มหาชาติ ณ พระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร ในเทศกาลสารทไทย (บุญเดือนสิบ)
แผ่นดินอันใหญ่หนักด้วยของหนัก คือ คุณความดีของบุคคล จนไม่อาจรับไว้ได้ จึงสะเทือนสะท้านหวั่นไหว มหาบพิตร เกวียนที่บรรทุกหนักเกินไป จนดุมเกวียน กำเกวียน กงเกวียน รับไม่ไหว เพลาเกวียนก็หัก ฉันใด แผ่นดินใหญ่ก็หนักด้วยคุณความดีของบุคคล จนไม่อาจรับไว้ได้ จึงไหว ฉันนั้น