ธรรมดาของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย แม้รู้ว่าสกลจักรวาลทั้งสิ้น เต็มด้วยถ่านเพลิงซึ่งปราศจากเปลว เกลื่อนกล่นด้วยหอก และหลาว ดารดาษไปด้วยหนามแหลม หรือเต็มด้วยน้ำปริ่มฝั่งแล้ว หากสามารถก้าวข้ามได้ จะได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ตัดสินใจที่จะทอดเท้าก้าวข้ามไป เพื่อให้ได้มาซึ่งสัพพัญญุตญาณอันประเสริฐ
พอดำริเช่นนั้นแล้ว สุภัททปริพาชกจึงเข้าไปหาพระอานนท์ ที่ดงป่าไม้สาละของพวกมัลลกษัตริย์ เพื่อกล่าวถึงความตั้งใจของตน ที่จะเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อทูลถามปัญหาที่ค้างคาใจ แต่ก็ถูกพระอานนท์กล่าวห้ามถึง ๓ครั้ง เพราะท่านเกรงว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าจะทรงลำบากพระวรกาย เนื่องจากพระพุทธองค์กำลังอาพาธ จึงไม่อยากให้ใครมารบกวน
ในสมัยพุทธกาล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถามครูฝึกม้าชื่อ เกสี ที่ไปเข้าเฝ้าพระองค์ว่า “ดูก่อนเกสี ใครๆก็รู้ว่าท่านเป็นครูฝึกม้าฝีมือดีคนหนึ่ง ท่านฝึกม้าอย่างไรเล่า” นายเกสีกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ การฝึกม้าของข้าพระองค์มี ๓วิธี คือ วิธีแรก ข้าพระองค์จะฝึกด้วยวิธีละม่อม ค่อยเป็นค่อยไป วิธีที่สอง ฝึกด้วยวิธีรุนแรง และวิธีสุดท้ายฝึกผสมกันทั้งสองวิธี”
เมื่อจิตสงบ ความปีติสุขก็แผ่ขยายซาบซ่านไปทั้งตัว เกิดอาการเย็นคล้ายขนลุกเกลียว ปรากฏแสงสว่างขึ้นที่ศูนย์กลางกาย จากจุดเล็กๆขยาย ใหญ่ขึ้นๆ เป็นแสงจ้าที่เหมือนโลหะสเตนเลสสะท้อนแสงกับดวงอาทิตย์ แต่นุ่มนวลไม่แสบตา นิ่งอยู่กับสภาวะนั้นไปสักพัก ก็เห็นองค์พระผุดซ้อนขึ้นมาและขยาย ใหญ่ขึ้นๆ
จากวันนั้นถึงวันนี้ วันเวลาผ่านไปแล้วกว่า 26ปี วันวิสาขบูชา ปี พ.ศ.2551 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเผยแผ่ธรรมะไปสู่ใจเยาวชน โดยการนำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ กำลังถูกจารึกขึ้น จาก 26ปีของโครงการสอบตอบปัญหาธรรมะ “ทางก้าวหน้า” ที่มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า 5ล้านคน พัฒนาไปสู่การศึกษาธรรมะ ลงสู่ภาคปฏิบัติให้เป็นนิสัยในชีวิตประจำวัน ด้วยโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
คืนนั้น ลูกนั่งด้วยความสดชื่นมากๆไม่คิดเรื่องอะไร บอกตัวเองว่า “ให้วาง ให้ว่าง ให้วาง ว่างๆ” นึกภาพองค์พระมาไว้ในกลางกายแล้วมองไปเรื่อยๆ อย่างสงบ ไม่นานต่อมา รูปที่ลูกตรึกอยู่นั้น ก็ใสมีประกายขึ้นมาเอง ชัดขึ้นๆ แล้วองค์พระก็ผุดขึ้นมามากมาย มาแบบมีชีวิตชีวามากๆ