Scoop พิเศษ “โชโชโลซ่า” (ShoSholoza) ที่กำลังจะได้รับชมนี้ เกิดจากนโยบายของคุณครูไม่ใหญ่ ที่อยากจะให้เราไปสัมผัสความงามของแต่ละชนเผ่า แม้ว่าเรากำลังจะสร้างวัด กำลังรวบรวมปัจจัย แต่คุณครูไม่ใหญ่กลับคิดว่า สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากทุกคนร่วมใจ ไม่ว่าเผ่าพันธุ์ไหนก็สร้างวัดแห่งแรกในทวีปแอฟริกาให้สำเร็จลงได้
“ผมขอพูดหน่อยเถอะ ที่เราทุกคนมาวันนี้ เรามีความปลาบปลื้มใจมาก ชีวิตเรามีการเปลี่ยนแปลง และเราได้พบกับความสว่าง เราอยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับประเทศเม็กซิโก และทุกคนอยากให้มีศูนย์ปฏิบัติธรรม อยากให้มีวัดที่นี่ แล้วเราจะช่วยกัน”
ถ้าสามารถเอามนุษย์ทุกคน ขึ้นไปบนดวงจันทร์แล้วมองย้อนกลับมาที่โลกมนุษย์ ผมคิดว่ามนุษย์ทุกคน คงจะมองเห็นว่า ตอนนี้โลกกำลังเผชิญสิ่งเลวร้าย แต่เราเพียงจะดูเพื่อให้รู้ว่า โลกกำลังเผชิญสิ่งที่เลวร้าย แค่นั้นหรือ เราจะแก้ไขโลกนี้ได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ค้างคาใจผม
"น่าอัศจรรย์จริงหนอ ฆฏิการะผู้เป็นเพียงช่างปั้นหม้อ กล้ามาดึงมวยผมเราผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพระพรหม ตามปกติเพื่อนของเราไม่เคยทำอย่างนี้ มีแต่ความปรารถนาดีต่อเรามาตลอด ไม่เคยชักชวนไปในทางที่ผิดเลย การไปพบ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คงจะเป็นการดีเป็นแน่"
หลังจากบวชแล้ว ชีวิตของผมก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ผมมีงานที่ดี และมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับครอบครัว ผมได้เรียนรู้จากการบวชว่า ชีวิตของการอยู่วัด ต้องอดทนมาก หากมีอะไรมากระทบใจ ก็ปล่อยให้มันผ่านไป คือ จากเดิมผมเจออะไรก็เก็บมาคิดหมด คิดเล็กคิดน้อย แต่ตอนนี้ผม let it be (ปล่อยให้มันเป็นไป) ได้เลยครับ
นักวิทยาศาสตร์หลายคนจึงคิดว่า อีที น่าจะมีเทคโนโลยีที่สูงกว่าเรา และเป็นไปได้ที่พวกเขาอาจสื่อสารกับเราโดยใช้สัญญาณแสง ไม่ใช่สัญญาณวิทยุ หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่คิดเช่นนั้นคือ พอล ฮอโรวิตซ์ ศาสตราจารย์สาขาวิชาฟิสิกส์และสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกับการตรวจจับสัญญาณวิทยุจากอีที แต่เขาเชื่อว่าการตรวจจับสัญญาณวิทยุจากอีทียังคงมีความสำคัญอยู่ อีทีคงจะคิดว่าการสื่อสารโดยสัญญาณวิทยุในระยะยาวดีกว่าเพราะคลื่นวิทยุสามารถทะลุผ่านฝุ่นในกาแล็กซี่ได้ อย่างไรก็ตาม แสงก็สามารถทะลุผ่านในหลายๆ บริเวณของจักรวาลได้เหมือนกัน ที่สำคัญก็คือมันง่ายสำหรับการตรวจหาตำแหน่งหรือจุดกำเนิดของสัญญาณแสง
หลังจากพบ DMC และได้นั่งสมาธิ แม้ลูกจะยังไม่มีโอกาสมาที่วัดพระธรรมกายเลย แต่ลูกกลับมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่า "จะต้องชวนให้คนอื่นๆ รู้จักการนั่งสมาธิให้ได้"
แต่ก่อนพอเลิกโรงเรียน ลูกต้องขับรถกลับบ้านทั้งน้ำตา ทั้งท้อทั้งล้าสุดบรรยาย ทำอย่างไรจะเอาชนะความวุ่นวายของเด็กได้ จึงฉุกคิดว่า "ถ้าให้เด็กๆนั่งสมาธิ พฤติกรรมต่างๆน่าจะดีขึ้น" ลูกจึงเริ่มพาเด็กๆไปเดินเล่น ชมธรรมชาติข้างๆโรงเรียน แล้วชวนนั่งสมาธิ โดยให้นั่งนิ่งๆ แล้วฟังว่า ได้ยินเสียงธรรมชาติอะไรบ้าง...ได้ผลค่ะ ทุกคนเริ่มนิ่ง จากที่แต่ก่อนเป็นลิง เป็นค่าง ไม่สนใจที่จะฟังอะไรทั้งสิ้น เด็กก็เริ่มสงบขึ้น
ข้าพเจ้าเป็นภิกษุณีในพุทธ ศาสนานิกายมหายาน อยู่ที่ประเทศไต้หวัน บวชได้เกือบ 30 พรรษาแล้ว ปัจจุบันเป็นสมาชิกของ ยพสล. (องค์การยุวพุทธิกสมาคม แห่งไต้หวัน) ทำหน้าที่อบรมสั่งสอนธรรมะให้กับนักโทษในคุกที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน มาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว นักโทษที่ข้าพเจ้าเทศน์สอนล้วนเป็นนักโทษ “เดนตาย” ทั้งสิ้น