ชาวเวียดนาม มักไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อย ๆ พวกเขาจะหาอะไรทำตลอดเวลา ชีวิตที่ลำบาก ยากจนขนาดกินมันต่างข้าวในสมัยสงคราม หล่อหลอมให้ต้องอดทนและทำงานหนัก...แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่เคยมองข้ามการศึกษา นักเรียนทุกคนเรียนฟรี โดยภาครัฐ จะบังคับให้นักเรียนในชนบทต้องเรียนจนจบ ม.ต้น ส่วนนักเรียนในเมืองต้องจบ ม.ปลาย มีมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยทั่วประเทศถึง 200แห่ง
เรื่องราวชีวิตของครอบครัวชาวจีน...หญิงชาวจีนคนหนึ่ง โชคดีกว่าพี่น้องคนอื่นๆ ได้รับการศึกษาถึงระดับมหาวิทยาลัย ด้านอักษรศาสตร์ภาษาจีน ทั้งๆที่คุณแม่ของเธอไม่สนับสนุน...เมื่อเธอแต่งงานมีครอบครัว เธอก็ยังได้สามีที่เอาอกเอาใจ ไม่เคยขัดใจเธอเลย...และอุทาหรณ์ของการผูกโกรธ...ด้วยเหตุที่เคยผูกโกรธกันมาข้ามชาติทำให้แม้ในชาตินี้จะเป็นพ่อ-แม่-ลูกกัน แต่ก็มีเหตุให้หมางเมินกัน เหมือนคนไม่รู้จัก...และคำถาม การที่เอากายหยาบมานั่งสมาธิในสภาขณะที่มหาปูชนียาจารย์ กำลังคุมบุญให้อยู่ กับการนั่งสมาธิฟังเสียงถ่ายทอดในออฟฟิศเพียงลำพัง อย่างไหนจะได้บุญมากกว่ากัน...ที่นี่...มีคำตอบ
ชายคนหนึ่ง รักภรรยามาก ทั้งสองร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ต่อมาครอบครัวมีฐานะดีขึ้นมาก แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับภรรยากลับห่างเหินต่อกัน เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นมากั้นกลาง...ก่อนที่เขาและภรรยาจะได้ปรับความเข้าใจกัน ภรรยาของเขาก็มาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์...เขาอยากรู้เหลือเกินว่า ขณะนี้...ภรรยาของเขาอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง
พอแม่ไปพบก็ปรากฏว่าพ่อตายแล้ว ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นต่างแห่กันมาดู ปรากฏว่าตัวพ่อมีรอยจ้ำๆ อยู่เต็มตัวไปหมด ปมปริศนาการตายของพ่อครั้งนี้ไม่มีใครล่วงรู้สาเหตุเลย แต่ก็ทำให้ชาวบ้านรีบช่วยกันรื้อถอนเอาเสาเอกตกน้ำมันนั้นออกไป