บุคคลใดผู้อยู่ครองเรือนประกอบด้วยศรัทธา มีธรรม ๔ ประการนี้ คือ สัจจะ ธรรมะ ธิติ จาคะ บุคคลนั้นแล ละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก
มนุษย์ชาวชมพูทวีป ย่อมประเสริฐกว่ามนุษย์ชาวอุตตรกุรุทวีปและทวยเทพชั้นดาวดึงส์ด้วยฐานะ ๓ อย่างคือ เป็นผู้มีความองอาจกล้าหาญ เป็นผู้มีสติ และเป็นผู้สามารถประพฤติพรหมจรรย์ได้บริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนา
บุคคลในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสตรีหรือบุรุษก็ตาม หากเป็นคนไม่สำรวม ไม่เคารพเอื้อเฟื้อ เป็นคนแข็งกระด้าง เย่อหยิ่ง ย่อมไม่รู้เสนาสนะอันควร ไม่ให้อาสนะแก่คนที่ควรให้ ไม่ให้ทางแก่คนที่ควรให้ทาง ไม่เคารพคนที่ควรเคารพ ไม่นับถือคนที่ควรนับถือ ไม่ไหว้คนที่ควรไหว้ ไม่บูชาคนที่ควรบูชา
คนเหล่าใดในโลกนี้ เป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว ดีแต่ว่าคนอื่น ทำการกีดขวางคนเหล่าอื่นผู้ให้ทานอยู่ คนเหล่านั้นย่อมเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หรือยมโลก ถ้าหากถึงความเป็นมนุษย์ ก็เกิดในสกุลคนยากจน ซึ่งจะหาท่อนผ้า อาหาร ความร่าเริงและความสนุกสนานได้โดยยาก คนพาลเหล่านั้นประสงค์สิ่งใดจากผู้อื่น เขาย่อมไม่ได้แม้สิ่งนั้นสมความปรารถนา นั่นเป็นผลในภพนี้ และภพหน้าก็ยังไปทุคติอีกด้วย
โลกของเรานี้พอใกล้จะถึงคราวสิ้นกัป โลกจะแตกทำลายกลายเป็นหมอกเพลิง ไฟบรรลัยกัลป์จะมาล้างโลก แต่ไม่ถือเป็นการสิ้นภพสิ้นชาติ หรือหยุดการเวียนว่ายตายเกิดได้
คนเราสามารถเปลี่ยนภพเปลี่ยนภูมิได้ คือจากคนตายแล้ว ไปเกิดเป็นสัตว์ได้ถ้าทำบาปหนัก และเมื่อสัตว์ใดหมดเวร หมดบาป ก็สามารถกลับมาเกิดเป็นคนได้อีกเช่นกัน
เราได้ถวายรองเท้าแด่พระพุทธเจ้า พระนามว่ากกุสันธะ ผู้เป็นปราชญ์ มีบาปอันลอยแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์ ด้วยผลแห่งทานนั้น เราไม่เคยรู้จักทุคติเลย
ถ้าผู้นั้นจะได้ไปเกิดเป็นเทพบุตร ธิดา ในสวรรคเทวโลกเขาย่อมเห็นคตินิมิตเป็นทิพยวิมาน เห็นปราสาทราชวังอันสวยงาม เขาจะหลับตายอย่างสุขสงบ
เมื่อครั้งสมัยพุทธกาล ก่อนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสรู้ธรรมและนำมาเผยแผ่ให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย ในประเทศอินเดียมีเจ้าศาสดาหลายศาสนา ที่มีคำสอนว่า โลกหน้าไม่มี คือ สอนให้ไม่เชื่อเรื่องปรโลกอันเป็นที่อยู่ของชีวิตหลังความตาย พวกมิจฉาทิฏฐิเหล่านี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก กระจายอยู่ทุกหนทุกแห่งทั่วประเทศ
พระธรรมเทศนา โดย พระภาวนาวิริยคุณ (หลวงพ่อทัตตชีโว) รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย