เราได้ยังจิตให้เลื่อมใสในพระญาณ ประณมอัญชลี มีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ถวายบังคมพระพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ ด้วยอานุภาพแห่งบุญที่ได้กระทำในครั้งนั้น ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้เสวยทิพยสมบัติมากมายหลายภพหลายชาติ เราไม่เคยไปสู่ทุคติเลย
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่ ยังเหล่าสัตว์ให้ข้ามสังสารวัฏ เสด็จพุทธดำเนินอยู่บนถนน ข้าพเจ้าได้ออกจากเรือน ก้มลงกราบแทบพระบาท...ความเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้านี้ มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่จริงหนอ มหาสมบัติใหญ่ทั้งหลาย ได้มาก็ด้วยผลแห่งบุญอันเล็กน้อยที่ได้ทำในครั้งนั้น
เราได้ถวายการเป่าสังข์บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า วิปัสสี...ด้วยบุญนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๑๖ ครั้ง มีนามว่า มหานิโฆสะ ผู้มีเสียงไพเราะ ทรงพลานุภาพกึกก้องทั่วทุกทิศ มีกำลังอันเกิดจากบุญ
ผู้ใดได้นิมนต์สงฆ์ผู้ซื่อตรง มีจิตที่มั่นคง และนิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ฉัน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ผู้นั้นจักได้เสวยเทวราชสมบัติ ๒๗ ครั้ง จักยินดียิ่งในกรรมของตน รื่นรมณ์อยู่ในเทวโลก จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘๐ ครั้ง จักได้เป็นพระราชาในแผ่นดิน ครอบครองพสุธาถึง ๕๐๐ ครั้ง
ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมว่าเป็นสรณะ และข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ
เราเป็นไข้หนักนั่งอยู่ที่โคนไม้ในป่าชัฏใหญ่ เป็นผู้ควรได้รับความกรุณาอย่างยิ่ง พระศาสดาพระนามว่า ติสสะ ทรงอนุเคราะห์ เสด็จมาหาเรา เรานั้นนอนอยู่ ได้ประณมอัญชลีเหนือเศียรเกล้า เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่าสรรพสัตว์ แล้วได้ทำกาละ ณ ที่นั้น ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราถวายบังคมพระพุทธเจ้าผู้อุดมบุรุษ ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
เราอยู่บนเครื่องลาดใบไม้ ณ ภูเขาหิมวันต์ ได้ยังจิตให้เลื่อมใสในพระสุรเสียงของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า ผุสสะ ผู้กำลังทรงแสดงธรรม ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
เราเห็นไม้แคฝอยอันเขียวสด อันเป็นไม้โพธิ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า วิปัสสี จึงบูชาด้วยดอกไม้ ๓ ดอก เวลานั้น เรากราบไหว้ไม้แคฝอย เหมือนถวายบังคมพระพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี ผู้เป็นนายกของโลก ผู้บริสุทธิ์ทั้งภายในและภายนอก ผู้พ้นวิเศษดีแล้ว ไม่มีอาสวะ เฉพาะพระพักตร์ แล้วได้ทำกาละ ณ ที่นั้นเอง ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาไม้โพธิ์ใด ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย
เราได้ถวายดอกมะลิแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ เพียงแค่ ๗ ดอกเท่านั้น ด้วยการโปรยมะลิลงที่ใกล้พระบาทด้วยความปีติโสมนัส ด้วยบุญกรรมนั้น ส่งผลให้เราได้ครอบงำทั้งนรชนและเทวดาทั้งหลาย ได้บรรลุธรรมในภพชาติสุดท้าย
เราได้ทำกุศลกรรมที่พระพุทธเจ้าสรรเสริญ จึงสร่างโศก หมดโรค หมดภัย สุขกาย สบายใจ รื่นเริงบันเทิงอยู่เป็นนิตย์