ลูกก็ทำตามที่พระอาจารย์นำนั่งสมาธิไปอย่างสบายๆ ไม่ได้คิดอะไรอื่นเลย ทันใดก็เกิดแสงสว่าง เหมือนดวงอาทิตย์ จากนั้นก็เหมือนมีท่ออยู่ในท้องยาวพอสมควร เป็นท่อแก้วใสๆ รอรับดวงอาทิตย์อยู่ ดวงอาทิตย์ก็เลื่อนลงไปในท่อนั้น จนถึงก้นท่อ มีแสงพุ่งสวนขึ้นมารองรับดวงอาทิตย์ พอดีพระอาจารย์กล่าวสัพเพฯ
พระกุมารทรงระลึกชาติหนหลัง ก็รู้ว่าก่อนที่ตนจะมาเกิดในพระราชฐานนี้ ได้จุติมาจากเทวโลก และทรงระลึกย้อนไปอีกว่า ก่อนที่จะอยู่ในเทวโลก ได้มาจากมหานรกขุมหนึ่ง และก่อนที่จะตกนรก ได้ เคยเกิดเป็นพระราชาอยู่ในแคว้นนี้เอง จึงทรงดำริว่า ถ้าเราครองราชสมบัติอีก ก็จะต้องสร้างกรรม และต้องเสวยทุกข์ใหญ่ในมหานรกอีกอย่างแน่นอน
พระอาจารย์สอนให้นึกองค์พระที่เราชอบ ลูกก็นึกได้ แต่ลงหลักปักใจไม่ได้ว่าจะเอาองค์ไหนดี เพราะชอบหลายองค์ ไม่รู้ว่าเอาองค์ไหนไว้ ถ้าให้นึกถึงดวงแก้วก็นึกไม่ได้อีก เพราะรู้สึกว่าดวงแก้วหนักๆจะมาอยู่ในท้องได้อย่างไร ลูกจึงตัดสินใจที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่ก็มาสะดุดกับคำจารึกบนแผ่นศิลาหน้าอาคารนั่งสมาธิว่า “ให้หยุดนิ่งเฉยๆ ได้ไม๊” เขียนย้ำถึงสามครั้ง
หลังจากที่นั่งไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกโปร่ง โล่ง เบา สบาย เหมือนตัวเองหายไป แล้วก็เห็นดวงสว่างที่ใสเกินใส ใสยิ่งกว่าแก้วใดๆที่เคยเห็นมา แล้วดวงกลมก็ผุดซ้อนกันขึ้นมาเป็นสายเคลื่อนเข้าหาตัวลูก ในกลางดวงแก้วก็มีองค์พระผุดซ้อนกันเป็นสายเคลื่อนตัวขึ้นมา แล้วก็มาซ้อนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับลูก ตอนที่องค์พระผุดซ้อนกันขึ้นมา ลูกก็มองไปเรื่อยๆโดยที่ไม่รู้สึกเมื่อย แต่กลับมีความรู้สึกเต็มเปี่ยมความสุขทุกสัมผัส ปีติสุขจนน้ำตาไหล
เรื่องราวอันเป็นความลับเฉพาะตนที่ อาจารย์ทั้ง ๔ นำมาเล่าสู่กัน ไม่ต่างอะไรกับคนโง่เขลาเบาปัญญา ที่ผ่าอกของตนแล้วสาวไส้ออกมาพร้อมจะให้หมู่นกกาจิกกิน ช่างน่าสงสารอาจารย์เหล่านั้น ที่หารู้ไม่ว่ามโหสถกำลังแอบฟังความลับทั้งหมดของพวกตนอยู่ในถังข้าวใบนั้นเอง
เรื่องราวของคุณครู...สามีของเธอมีคุณพ่อที่เจ้าชู้ และชอบเล่นการพนัน ทำให้ต้องหมดตัวในที่สุด...พี่ชายของเธอล้มป่วยอาการหนัก แต่ด้วยบุญที่ได้ทำกับหมู่คณะทำให้อาการดีขึ้น และมีชีวิตอยู่ต่อมาได้อีกระยะหนึ่ง...และเรื่องน่ารู้...โรคเกาต์เกิดจากวิบากกรรมใด...การทำบุญด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดจะส่งผลหรือไม่ อย่างไร
เนื่องจากดิฉันเป็นผู้จัดการ ต้องบริหารธุรกิจ งานจึงยุ่งมากทุกวัน, รังแต่จะทำให้กายใจเหนื่อยล้า แต่ทุกเวลาดิฉันไม่เคยลืมที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวเคยสอนไว้เลยว่า การปฏิบัติธรรมต้องทำคู่ไปกับใจให้ตลอด เมื่อสะดวกก็ให้หลับตาเบาๆ นึกถึงดวงแก้วหรือองค์พระที่ตนเองชอบที่กลางกาย