การทำหน้าที่ชวนบวชอุบาสิกแก้วหน่ออ่อนหนึ่งล้านคนที่จังหวัดร้อยเอ็ด
ตอนที่รถหยุดหมุน ลูกก็นึกว่าลูกคงตายไปแล้ว เพราะลูกเห็นแสงสว่างวาบเหมือนแสงนีออน
พุทธประวัติ พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน
วันนั้น เป็นการนั่งระหว่างรอยต่อปี พ.ศ.2550 กับปี พ.ศ. 2551 ลูกนั่งได้อารมณ์สบายเป็นครั้งแรก ในขณะที่พระอาจารย์กำลังนำอธิษฐานจิต ลูกก็เห็นดวงกลมๆผุดขึ้นมา ขนาดเท่าพระจันทร์ลอยเด่นอยู่ข้างหน้า ลูกเกิดวิจิกิจฉา สงสัยว่าตัวเราจะคิดไปเอง ก็ลองหรี่ตาดู แต่ดวงก็ยังอยู่ให้ชื่นชมสักครู่จึงหายไป ลูกถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา คราวนี้ไม่ใช่เพราะหาวนอน แต่เป็นน้ำตาแห่งความปีติ
คิดอยากให้พ่อตาย ต่อมาพ่อตายด้วยโรคหัวใจ บาปหรือไม่อย่างไร
ส่วนตัวลูกเองนั้น ก็ปฏิบัติธรรมก้าวหน้าไปตามลำดับ จากที่แต่ก่อนเคยทดลองปฏิบัติธรรมเอง แบบแนวเคร่งครัดจนเคร่งเครียด ก็หันมาปฏิบัติแบบผ่อนคลายตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสอน แม้ช่วงแรกๆจะยังมืดๆตื้อๆก็ไม่กังวล เทคนิคทำให้ใจนิ่งที่ลูกใช้ก็คือ บอกกับตัวเองว่าอย่าไปคิดอะไร ทำใจสบายๆ ตัดสิ่งนอกตัวออกให้หมด เราจะเอาบุญอย่างเดียว บุญจะได้ช่วยญาติมิตรของเราด้วย
จากนั้น ก็มีองค์พระธรรมกายสีทอง ผุดขึ้นมาจากความสว่างใหญ่ๆที่กลางท้องของผม องค์แรกมีขนาดเล็กกว่าตัวผมหน่อย องค์ต่อๆมา ก็ยิ่งใหญ่ขึ้นๆ และยิ่งสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ท่านนั่งหลับตาหันหน้าทางเดียวกันกับผม ผมเห็นท่านได้ชัดเจนมากๆ เห็นหน้า เห็นพระเศียร มีเกศดอกบัวตูม ผมนั่งดูเฉยๆ รู้สึกว่าใจสบายดีครับ
ความตายของมนุษย์มีอยู่ ๓ ประเภท คือ ตายหลังตาย ตายขณะตาย และตายก่อนตาย ตายหลังตาย คือ ขณะตายนั้นไม่มีสติ หรือไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน เสียชีวิตกระทันหัน เช่นนี้เป็นต้น กว่าจะรู้ตัวว่า ตนเองเสียชีวิตแล้ว ก็ ๓ วันบ้าง ๗ วันบ้าง หรือเกินไปกว่านั้นก็มี ต้องไปเป็นกายสัมภเวสีที่ล่องลอยไปมา จะทักทายใครก็ไม่มีใครรู้เรื่อง เพราะอยู่กันคนละภพภูมิ
...ต้องรอให้ใจสงบนิ่งจริงๆ องค์พระจึงมาปรากฏให้เห็นอีก ซึ่งบางรอบอาจไม่มาให้เห็นอีกเลยถ้าใจไม่สงบนิ่งพอ แต่ส่วนใหญ่ผมจะยังเห็นองค์พระแก้วใส เมื่อทำการนั่งสมาธิ และนอกรอบผมก็จะตรึกถึงองค์พระแก้วใสโดยตลอด แล้วเดี๋ยวก็จะเห็นองค์สว่างเหมือนเดิม ก็แค่ทำง่ายๆสบายๆ แค่นี้เองครับ