ทุกชีวิตสามารถมีความสุขได้ เปลี่ยนแปลงได้ และเข้าถึงธรรมะได้ เพียงแค่หลับตาเบาๆ วางใจไว้ที่ศูนย์กลางกาย
ตอนนี้ กระผมสามารถตอบตัวเองได้เต็มหัวใจว่า ดวงแก้วและองค์พระภายในมีจริง แม้เราจะเป็นคนธรรมดา ถ้าได้นั่งสมาธิก็เข้าถึงได้ครับ
เรามาบวชเพื่ออะไร ผมก็ได้คำตอบว่า เรามาบวชเพื่อที่จะมาเป็นเจ้าอาวาสที่ดี เพื่อที่จะฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ทำไมเราไม่ฟื้นฟูจิตใจและตัวของเราเองก่อน
ความสุขที่ได้จาการนั่งสมาธิ เป็นความสุขที่บรรยายได้ยาก หาไม่ได้จากที่ไหนๆ เป็นความสุขที่แท้จริง
พอเข้าสู่วันที่สาม ใจของกระผมก็เริ่มสงบ และเบาสบายขึ้น วันนั้นกระผมนั่งนิ่งๆวางใจสบายๆ และนึกว่าเรามีดวงแก้วใสๆอยู่กลางท้อง นั่งไปสักพักใจเริ่มเบา และนิ่งมาก กระผมก็เห็นว่ามีดวงแก้วกลมๆใสๆเหมือนดวงดาวอยู่ในท้องของกระผมจริงๆ กระผมก็มองไปที่ดวงนั้นแล้วก็เอาใจนิ่งๆไปแตะเบาๆที่ดวงนั้น อยู่ดีๆดวงกลมๆนั้นก็ขยายออก ขยายใหญ่มากเท่ากับดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์
คราวนี้ ผมจึงเริ่มฟังเสียงของพระเดชพระคุณหลวงพ่ออีกครั้งอย่างตั้งใจ ทำให้ผมเริ่มอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น กับสิ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสอน ผมสะดุดใจกับคำพูดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่ว่า “มนุษย์เราเกิดมาพร้อมกับความไม่รู้ว่าเราไม่รู้” ผมจึงตามคุณแม่มาวัดพระธรรมกายเพื่อมาแสวงความรู้ที่ผมยังไม่รู้
นับจากกลับจากพนาวัฒน์ในครั้งนั้น ความสำเร็จและอุปสรรค ก็เข้าแถวมาทดสอบกำลังใจ ชักชวนให้หลงในโลกธรรมแปด แต่ขอโทษ...ทำอะไรลูกไม่ได้ เพราะลูกมีครูดีใน DMC ส่งคำสอนตรงถึงบ้านได้ตลอด 24ชั่วโมง เวลาเจออุปสรรค ไม่ว่างานจะยากเพียงใด ลูกจะนั่งสมาธิก่อนลุย สิ่งที่ตามมา คือ บารมีที่เพิ่มขึ้น แม้จะเหนื่อยมาก แต่พอลูกนึกถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ก็จะมีแฮงใจ๋
ซึ่งตั้งแต่เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ลูกรู้สึกชีวิตนี้ มีแต่การแข่งขัน ต้องแก่งแย่งกันทุกอย่าง ดูวุ่นวายไม่เหมือนต่างจังหวัดเลย ลูกต้องตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ คือตีสี่ครึ่ง ฝ่าสภาพการจราจรที่คับคั่งเพื่อไปเรียน หนำซ้ำพอ 5โมงเย็น ถึงเวลาเลิกแล้ว ก็ต้องโหนรถเมล์ที่เบียดเสียด กว่าจะถึงบ้านก็หนึ่งทุ่ม ลูกรู้สึกเบื่อ หงุดหงิด เซ็ง จำเจ ไม่มีความสุขเลย
พอหยุดไปเรื่อยๆ จากที่เห็นตัวเองเป็นพระห่มจีวร ในกลางท้อง อยู่ๆก็กลายเป็นองค์พระแก้วใส องค์พระสว่างมาก ผุดซ้อน ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผมปลื้มมากครับ ผมนั่งปลื้มไปได้สักพัก เสียง สัพเพ…ของพระอาจารย์ก็ดังขึ้น