วันนี้มีคำถามจากคุณโยมท่านหนึ่ง เข้ามาว่าบุคคลที่ชอบให้ร้ายกับผู้อื่นจะได้รับผลอย่างไรบ้าง
จากกรณีเพจ Buddha Isara โพสต์ข้อความ “สาวกวัดพระธรรมกายโวยวายได้ไงเนี่ย” และโพสต์จดหมายที่มีถอดคำหยาบคาย รวมทั้งสื่อออนไลน์ นำไปเผยแพร่ต่อ อาทิ แนวหน้าออนไลน์, ที่นี่ดอทคอม นั้น ....
สอนให้สุนทรีไม่มีสมบัติเกินจำเป็น มองโลกในแง่ร้าย อะไรก็ไม่เที่ยง ฝืนธรรมชาติไม่มีเมีย ไม่มีความรู้สึก ไม่ยินดียินร้ายใดๆ ข้อความทั้งหมดนี้จริงหรือไม่ ถ้าจริงคนเราก็ควรมาอยู่วัดให้หมด
ตอนผมอายุ ๔ ขวบ เงินของคุณแม่หาย ๓-๔ บาท ท่านจับผมมาตีๆๆ หาว่าผมขโมยเงินไปซื้อขนม ไม่ว่าผมจะอธิบายอย่างไรท่านก็ไม่เชื่อ ท่านหักนิ้วผมเอามือผมไปพาดไว้กับบันไดแล้วกดคอผม ตกกลางคืนผมนอนเป็นไข้ เหตุการณ์ครั้งนี้ฝังใจผมมาตลอด ทำให้ผมไม่ค่อยรู้สึกผูกพันกับคุณแม่ แต่ก็ยังให้ความเคารพท่านครับ
เครือข่ายเยาวชนพัฒนาศักยภาพ ได้จัดงาน "Youth day the HERO" มหกรรมทำดีไร้ยางอาย ให้วายร้ายต้องร้องจ๊าก
เมื่อลูกได้นั่งสมาธิในครั้งแรกๆ ลูกทำใจหยุดนิ่งไม่ได้เลย คิดเยอะ คิดไปไหนต่อไหน พยายามควานหาศูนย์กลางกายว่า อยู่ตรงไหน หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพ่งก็แล้ว จ้องก็แล้ว ยังได้ซดน้ำแห้วอยู่เหมือนเดิม ยิ่งเพ่ง ยิ่งจ้อง ก็ยิ่งจ๋อง ยิ่งเครียด
หมอพิการคนหนึ่ง ได้วางแผนให้เด็กน้อยลูกพ่อค้าปีนต้นไม้ไปเอาลูกนกสาลิกาในโพรงไม้ ซึ่งความจริงแล้วมีงูอยู่ในโพรงไม้นั้น เด็กน้อยหลงเชื่อปีนขึ้นไป เด็กน้อยจับหัวงูได้ก็เหวี่ยงทิ้งทันที ด้วยบุพกรรมที่ทำร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน เด็กน้อยลูกพ่อค้าเหวี่ยงงูเห่ามาทางหมอพิการพอดี งูพิษพันคอหมอพิการ แล้วฝังคมเขี้ยวฉีดพิษร้าย หมอพิการดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน มิสามารถเยี่ยวยาได้ทัน
คำถาม : แก่นของชีวิตอยู่ตรงไหนครับ และสิ่งที่เป็นมารร้ายที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร
เมื่อพระศาสนาถูกทำให้มัวหมองจนผู้คนเสื่อมศรัทธาในพระสงฆ์ จึงเป็นกิจและหน้าที่โดยตรงของคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่ต้องลุกขึ้นมากอบกู้ เหมือนสมัยของท่าน “คุณานันทเถระ” ที่กอบกู้พระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกา