在我小时候,曾有五、六次差一点往生的际遇。例如:有一次在我十二岁那年,当天我去家附近的池塘戏水。这个池塘,是因泥土被挖去卖而形成的,足足有六米深。我站在池塘边,然后就跳到池塘里,我两脚一直沉到池塘底,且被池塘底的泥土粘得很紧,不管怎么移动,都拔不出来。最后我尽量用全力跳出,才可以从泥土中挣脱出来,差一点就溺毙了。
คืนที่ 3 หลังจากพระสวดจบแล้ว ญาติๆ เถียงกันเรื่องมรดก อยู่ๆ ก็มีเสียงหลังคาตูมดังมาก ทุกคนวิ่งออกมาดู ก็ไม่เห็นมีอะไร เป็นเพราะฝีมือพ่อหรือเปล่า? ถ้าใช่พ่อกำลังจะบอกอะไร และพ่อทำเสียงดังด้วยวิธีใดคะ
ตัวลูกเอง ตลอด ๒๐ กว่าปีที่ได้มาสร้างบารมีกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อและหมู่คณะ ลูกมีความสุขมาก แต่เมื่อ ๖-๗ เดือนก่อนจนถึงปัจจุบัน ความสุขนั้นหายไปส่วนหนึ่งทีเดียว เพราะลูกป่วยเป็นโรคภูมิแพ้กำเริบอย่างมาก ผิวหนังเป็นผื่นแดงไปทั่วตัวรวมทั้งใบหน้า มีอาการคันที่ผิวหนัง ตลอดทั้งศีรษะและตามตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน จะมีอาการคันมากๆ
有四种感觉使我忘不了:辛苦、神秘、失望和感动,这些感觉一直都埋藏在我的心里。所以我就决定写了这个案研究,请求不大老师慈悲来梦中梦一下。希望师父帮忙把好的画面添加了彩色,让我和他人都看得更清楚,且用因果报应的准则来解释,把不好的画面从我们心中给删除。
คนร้ายบอกให้ลูกส่งเงินมาดีๆ ลูกก็ยังไม่ยอม คนร้ายจึงใช้ปืนลูกซองจ่อยิงเอวด้านซ้ายของลูก กระสุนกระจายออกมาเกือบ 20 นัด ลูกล้มลงและเอามือซ้ายปิดตรงช่วงเอวที่ถูกยิง แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด ในตอนนั้นลูกได้ยินองค์พระบอกให้ลุกขึ้น ลูกตอบกลับไปว่า “หนูไม่ลุกเพราะหนูกลัวเลือด”
อยู่ๆ สามีก็ได้เอ่ยกับลูกว่า สภาพร่างกายเขาไม่ไหว..แย่มากแล้ว อย่ายื้อชีวิตของเขาไว้อีกเลย ก่อนเขาตาย เขาอยากทำบุญใหญ่สักครั้งหนึ่งในชีวิต จึงได้ขอเงินทำบุญกับลูก เพื่อเป็นประธานรองกฐินปี 2549 หลังจากที่สามีเสียชีวิตไปแล้ว 5 เดือน เมื่อขายได้ลูกจึงตัดใจทำบุญ (น่าจะได้ทำตอนที่มีชีวิตอยู่เพราะว่าผลของบุญนั้นต่างกัน)
พอลูกสาวถึงวัยได้เข้าเรียน ครูก็ถามว่า “พ่อแม่อยู่ด้วยกันหรือหย่าร้าง?” ลูกจึงถามกับสามีว่าตกลงเธอจะเอายังไง เขาพูดว่า “ ถ้าเธอเจอใครที่ดี เธอก็ไป แต่ถ้าฉันเจอใครที่ดี ฉันก็ไปก่อน” คำพูดประโยคนี้กระเทือนใจลูกอย่างรุนแรง ทำให้ลูกตัดสินใจเลิกกับเขาเด็ดขาดนับจากบัดนั้น
คุณป้าและคุณลุงเป็นเจ้าของร้านขายยา และ จับธุรกิจใด ก็เป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นตึกแถวให้เช่า เล่นหุ้น แม้แต่ซื้อหวยก็ถูกเป็นประจำ จนเป็นที่สงสัยว่าท่านทำบุญอะไรมา..
我是法身寺的义工,在佛历2527年首次参加法身寺在我家乡─雷府所主办的三日静坐班。当天看到出家人引导许多居士静坐,令我印象深刻。当我从中得到启示:“ 静坐是国际化的善行,人人都可以静坐!”的道理后,便一直参与寺院的活动了。
บ่อยครั้งลูกนึกยอมแพ้และไม่ เข้าใจว่าทำไมยิ่งสร้างบุญ ชีวิตยิ่งตกต่ำจนไม่เหลืออะไรเลย รู้สึกมืดมนไปหมดเหมือนกับท้องฟ้าที่ดำสนิท แม้ลูกท้อแท้อย่างถึงที่สุดแต่ก็ยังไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตากรรม และเลือกที่จะสู้ตาย เปลี่ยนความท้อแท้เป็นความท้าทาย สุดท้ายลูกก็พบว่าวิธีแก้ไขความท้อแท้ที่ดีที่สุด คือ เลิกคิดถึงมัน และปลุกกำลังใจให้ลุกโชติช่วงขึ้นขึ้นมาแล้วมุ่งหน้าทำบุญต่อไป ด้วยความเชื่อมั่นว่าสักวันบุญจะต้องส่งผลอย่างแน่นอน