ทำไมคนโบราณมักจะพูดว่า วัยเบญจเพส ให้คอยระวังตัว ให้คอยทำบุญเผื่อไว้ บางคนอาจจะตาย หรือป่วยหนักแรงๆในอายุตอนนี้ หรือบางคนก็ได้ดิบได้ดีไปเลยค่ะ แล้วจริงๆเป็นอย่างไรค่ะ และต้องทำอย่างไรให้ถูกหลักวิชชาเมื่อถึงวัยเบญจเพสคะ
我是一名老师,是嘎啦信府的善知识。我之前不懂得修功德,直到认识了一位善知识,即是我的丈夫。我丈夫在读国中三年级时,参加佛学联考,得到了奖励,之后在高中二年级时,参加扣拉府的佛学联考,考获第一名。
บ่อยครั้งลูกนึกยอมแพ้และไม่ เข้าใจว่าทำไมยิ่งสร้างบุญ ชีวิตยิ่งตกต่ำจนไม่เหลืออะไรเลย รู้สึกมืดมนไปหมดเหมือนกับท้องฟ้าที่ดำสนิท แม้ลูกท้อแท้อย่างถึงที่สุดแต่ก็ยังไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตากรรม และเลือกที่จะสู้ตาย เปลี่ยนความท้อแท้เป็นความท้าทาย สุดท้ายลูกก็พบว่าวิธีแก้ไขความท้อแท้ที่ดีที่สุด คือ เลิกคิดถึงมัน และปลุกกำลังใจให้ลุกโชติช่วงขึ้นขึ้นมาแล้วมุ่งหน้าทำบุญต่อไป ด้วยความเชื่อมั่นว่าสักวันบุญจะต้องส่งผลอย่างแน่นอน
有四种感觉使我忘不了:辛苦、神秘、失望和感动,这些感觉一直都埋藏在我的心里。所以我就决定写了这个案研究,请求不大老师慈悲来梦中梦一下。希望师父帮忙把好的画面添加了彩色,让我和他人都看得更清楚,且用因果报应的准则来解释,把不好的画面从我们心中给删除。
ลูกเป็นลูกคนโต มีพี่น้อง 3 คน ลูกคลอดที่ รพ.หญิง หรือ รพ.ราชวิถีในปัจจุบัน คุณแม่เล่าให้ฟังว่า ตอนแรกเกิดได้ 1 วัน มีสิ่งประหลาดเกิดขึ้นคือ พยาบาลนำลูกใส่กล่องมาให้แม่ดูแลเอง คุณแม่เห็นสิ่งประหลาด ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ มีแต่หัวกลมๆ มีใบหน้าสีดำใหญ่มาก รอบๆหัวมีแสงสีเหลืองใหญ่ จ้องมองดูลูกไม่ยอมไปไหน คุณแม่ตกใจมาก เรียกคุณน้าที่นอนเฝ้าให้ตื่นคุณน้าก็ไม่ตื่น คุณแม่ต้องท่องนะโมฯ แล้วโยนพระที่คล้องคออยู่ เข้าไปในกล่องที่ลูกนอน สิ่งประหลาดนั้นจึงหายไป