我是一名老师,是嘎啦信府的善知识。我之前不懂得修功德,直到认识了一位善知识,即是我的丈夫。我丈夫在读国中三年级时,参加佛学联考,得到了奖励,之后在高中二年级时,参加扣拉府的佛学联考,考获第一名。
บ่อยครั้งลูกนึกยอมแพ้และไม่ เข้าใจว่าทำไมยิ่งสร้างบุญ ชีวิตยิ่งตกต่ำจนไม่เหลืออะไรเลย รู้สึกมืดมนไปหมดเหมือนกับท้องฟ้าที่ดำสนิท แม้ลูกท้อแท้อย่างถึงที่สุดแต่ก็ยังไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตากรรม และเลือกที่จะสู้ตาย เปลี่ยนความท้อแท้เป็นความท้าทาย สุดท้ายลูกก็พบว่าวิธีแก้ไขความท้อแท้ที่ดีที่สุด คือ เลิกคิดถึงมัน และปลุกกำลังใจให้ลุกโชติช่วงขึ้นขึ้นมาแล้วมุ่งหน้าทำบุญต่อไป ด้วยความเชื่อมั่นว่าสักวันบุญจะต้องส่งผลอย่างแน่นอน
มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกได้ไปกราบคุณยายพร้อมกับอีกหลายคน คุณยายได้พูดขึ้นว่า “อย่าแต่งงานนะเดี๋ยวไปเจอคนเจ้าชู้ ขี้เหล้าเมายาจะลำบาก” ลูกก็ลืมมโนปณิธานเดิมจนหมดสิ้น ในที่สุดลูกกับเขาก็ได้แต่งงานกัน แต่เขาไม่มีเงิน ลูกจึงใช้เงินของตัวเองเป็นค่าสินสอดทองหมั้นทั้งหมด จริงอย่างคุณยายว่าค่ะ เริ่มแต่งลูกก็ลำบากแล้ว หลังจากแต่งงานแล้ว ลูกก็นึกว่าเขา
我父亲在中国出生是个农夫,十八岁就逃到泰国来。当时爷爷和奶奶,还是留在中国直到往生。爷爷五十一岁因长了毒疮而往生,奶奶七十六岁因被车撞到而往生。父亲帮叔公卖咖啡,后来改行受雇缝衣服。然后就有人介绍父亲和母亲结婚,根据中国人的风俗,是想要有许多男孩。
ชาวบ้านเหล่านั้น ได้ถูกจ้างวาน และถูกยุแยงให้เข้ามาทำลายของวัด เช่น ทุบพระพุทธรูป เผากุฏิ รื้อถอนสระบัว แต่วัดกลับถูกกล่าวหาว่ารังแกชาวบ้าน แม้ในงานวันทอดกฐินของวัด อยู่ๆ ก็มีพวกชาวบ้าน ถือคบเพลิงวิ่งเข้ามา เผาหลังคากุฏิจากไหม้ไปหนึ่งหลัง ต่อมาชาวบ้านที่ถูกยุยงได้พากันมาเป็นร้อย มารื้อถอนสระบัวในวัด มาจับปลาปิ้งกินแกล้มเหล้าอยู่ในเขตวัด จนสามีและลูกทนไม่ได้
ขณะนั่งรถทัวร์กลับบ้าน ลูกหลับแล้วฝันไป เห็นหลวงปู่วัดปากน้ำท่านมาบอกว่า “ถ้าผ่าตัดเอ็งก็ตาย มันเป็นโรคกรรม ให้เอ็งกลับไปกินยาหม้อที่วัดของหลวงพ่อเอ็ง (หลวงพ่อ หมายถึง พระอีกองค์หนึ่งที่วัดแถวบ้าน) ให้กินยา 3 หม้อนะ แล้วเอ็งมาถือศีล ปล่อยโค กระบือด้วย”
我在佛历2523年,有了初恋。因为首次来法身寺,就爱上了寺院,就告诉自己说:非来寺院不可了。我喜欢寺院的整洁与每个人的笑容,听法了也很法喜。直到佛历2525年,我自愿来当义工司仪,也喜欢参与会计与厨房的工作,且有机会参与每一种功德。我感恩师父让弟子们能有修功德或累积粮食的好机会。我的个案如下: