我在佛历2533年,跟朋友首次来到法身寺,也开始跟随团体修波罗蜜,有机会供养十万建筑祖师纪念堂。在佛历2547年开始有了法星,我就在那啦提哇府,为各所寺院装法星,不管地方有多么偏僻或危险,我都跟我工人一起去。也曾遇到一些神奇的现象,即是在有些地方,当我们车子往那去时,就刮大风下大雨。
ครั้งหนึ่งเธอได้สอนเด็กนักเรียนในชั้นให้นั่งสมาธิ นึกถึงดวงแก้วองค์พระ พอหมดเวลานั่ง เธอได้ทักเด็กว่า ทำไมถึงได้แต่นึกไปห้างสรรพสินค้าอยู่เล่า ทำเอาเด็กในชั้นหัวเราะสนุกสนานเพราะเธอรู้วาระจิตเด็ก นอกจากนี้ เธอยังได้ยินเสียงของคนโทรศัพท์ซึ่งยืนอยู่ห่างไกลจากเธอ เห็นคนที่อยู่อีกห้องหนึ่งว่ากำลังทำอะไรอยู่สามารถบอกได้อย่างถูกต้อง บางทีก็รู้ว่านกกำลังคุยอะไรกัน
เมื่อคุณพ่ออยู่ธุดงค์จนครบ ๗ วัน ลูกยังจำวันที่คุณพ่อกลับจากธุดงค์ได้ ท่านแต่งกายในชุดขาวล้วน มือหนึ่งถือกระเป๋าเสื้อผ้า อีกมือหนึ่งก็แบกกลด เดินเข้าบ้านมาด้วยท่าทางที่ใจเย็น แล้วคุณพ่อก็บอกกับคุณแม่ด้วยประโยคแรกว่า “ผมจะเลิกดื่มเหล้า เลิกสูบบุหรี่ตลอดชีวิต”
เรื่องของความผิดพลาดในอดีต ที่ต้องยึดพระศาสนาเป็นที่พึ่งเพื่อปิดอบาย ...เตือนภัยสาววัยรุ่นที่อยากเข้าสู่วงการบันเทิง เผยเล่ห์กลลวงของพ่อค้าเนื้อสดเป็นอุทาหรณ์สอนลูกหลาน และคำถาม 1. กรรมใดทำให้เด็กสาวต้องมาเป็นเหยื่อการค้าประเวณี และบุญใดทำให้เด็กที่อยู่ในอาชีพนี้มีหน้าตาสวย 2. การที่หลอกให้เด็กสาวค้าประเวณีจะทำให้ได้รับวิบากกรรมอย่างไร บุญบวชจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน
อยู่ๆ สามีก็ได้เอ่ยกับลูกว่า สภาพร่างกายเขาไม่ไหว..แย่มากแล้ว อย่ายื้อชีวิตของเขาไว้อีกเลย ก่อนเขาตาย เขาอยากทำบุญใหญ่สักครั้งหนึ่งในชีวิต จึงได้ขอเงินทำบุญกับลูก เพื่อเป็นประธานรองกฐินปี 2549 หลังจากที่สามีเสียชีวิตไปแล้ว 5 เดือน เมื่อขายได้ลูกจึงตัดใจทำบุญ (น่าจะได้ทำตอนที่มีชีวิตอยู่เพราะว่าผลของบุญนั้นต่างกัน)
ผมเช่าห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ก่อนเข้าห้องมีพนักงานมาเช็ดถูห้องให้ก่อน พนักงานคนนี้ใส่รองเท้าด้วย ตกกลางคืนผมฝันว่า มีผีตัวใหญ่ เต็มไปด้วยสิ่งเขย่าขวัญมากมายเต็มไปหมดจะเข้ามาหาผม ในฝันผมก็คิดว่าจะเข้ามาได้ไง ผมเช่าพักคนเดียว ผีเหล่านั้นแต่งตัวแบบคนโบราณ ผู้ชายนุ่งโสร่ง ไม่ใส่เสื้อ ผู้หญิงแต่งแบบชาวบ้าน หน้าตาหมองคล้ำทุกคน ตื่นเช้าผมก็ใส่รองเท้าฟองน้ำของโรงแรม เดินไปเปิดหน้าต่าง หันกลับ ผมก็เห็นรอยเท้าเต็มรอบเตียง เป็นรอยเท้าเปล่า ใหญ่กว่าคนทั่วๆไป นั่นรอยเท้าใคร ผมขนลุกซู่
คนที่เชื่อว่าคุณพ่อเป็นลูก ตัวจริง มีเพียงคุณพ่อของพ่อเพียงคนเดียว ส่วนคุณแม่ของพ่อ และน้องๆทั้งหมด รู้สึกไม่ยอมรับในตัวท่าน และรู้สึกคลางแคลงใจตลอดมา จึงทำให้พ่ออยู่กับครอบครัวด้วยความรู้สึกอึดอัด กดดัน และไม่มีความสุขเลย
บ่อยครั้งลูกนึกยอมแพ้และไม่ เข้าใจว่าทำไมยิ่งสร้างบุญ ชีวิตยิ่งตกต่ำจนไม่เหลืออะไรเลย รู้สึกมืดมนไปหมดเหมือนกับท้องฟ้าที่ดำสนิท แม้ลูกท้อแท้อย่างถึงที่สุดแต่ก็ยังไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตากรรม และเลือกที่จะสู้ตาย เปลี่ยนความท้อแท้เป็นความท้าทาย สุดท้ายลูกก็พบว่าวิธีแก้ไขความท้อแท้ที่ดีที่สุด คือ เลิกคิดถึงมัน และปลุกกำลังใจให้ลุกโชติช่วงขึ้นขึ้นมาแล้วมุ่งหน้าทำบุญต่อไป ด้วยความเชื่อมั่นว่าสักวันบุญจะต้องส่งผลอย่างแน่นอน
如果我的儿子还活着的话,我将会是能浇湿烦心的雨水,是风雪中的碳火,是寂寞中能解闷的音乐,是能引路的北斗星。虽然如今我已失去了挚爱的儿子,但还得过着夫妻经常争吵的生活。我的生活曾经是非常平淡的,但现在却改变了。