ผู้ให้ข้าวน้ำ ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้สถานที่ ชื่อว่าให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ลูกเป็นหนึ่งในทีมงานก่อสร้างสถานที่สำคัญ เพื่ออวดชาวโลกว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งบุญที่อลังการที่สุดในโลก ซึ่งถ้ามองจากภายนอกจะปะทะกับความยิ่งใหญ่แล้ว ทว่าก้าวเหยียบย่างไปด้านในแล้วยิ่งใหญ่กว่า
我有五个兄弟姐妹,我是老大,父亲是从中国,来经营买卖生意。他很努力让家庭有稳定的生活,可他不太爱说话。所以教导孩子的任务,就落在母亲的身上。每晚睡前母亲会教孩子们诵经礼佛。当母亲四十七岁,当时她月经已没有了,可是还有血渗出来,她就去看医生,检查后就发现她患了第三期的子宫癌,且癌细胞蔓延到脑部,使她变成行动缓慢,反应迟钝的人。
บ่อยครั้งลูกนึกยอมแพ้และไม่ เข้าใจว่าทำไมยิ่งสร้างบุญ ชีวิตยิ่งตกต่ำจนไม่เหลืออะไรเลย รู้สึกมืดมนไปหมดเหมือนกับท้องฟ้าที่ดำสนิท แม้ลูกท้อแท้อย่างถึงที่สุดแต่ก็ยังไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตากรรม และเลือกที่จะสู้ตาย เปลี่ยนความท้อแท้เป็นความท้าทาย สุดท้ายลูกก็พบว่าวิธีแก้ไขความท้อแท้ที่ดีที่สุด คือ เลิกคิดถึงมัน และปลุกกำลังใจให้ลุกโชติช่วงขึ้นขึ้นมาแล้วมุ่งหน้าทำบุญต่อไป ด้วยความเชื่อมั่นว่าสักวันบุญจะต้องส่งผลอย่างแน่นอน
ลูกเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจน ซึ่งจัดว่าเป็นความไร้ลาภ ขณะที่ความมีโรคก็ไม่ยอมน้อยหน้า ได้ติดตามลูกมาในวันแรกเกิดเลยทีเดียว พอลูกอายุได้ราว 10 ขวบ ก็เกิดอาการไอโขลกๆอย่างรุนแรงจนเสลดพันคอ หายใจไม่ออก หน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียว แทบจะเดินทางออกจากกายมนุษย์แล้ว
เขาโมโหมากจนหยิบปืนมาจ่อที่ลำคอด้านซ้ายและพูดว่า..มึงอยากตายใช่มั้ย..ลูกนึกว่าเป็นการล้อเล่นซึ่งปกติเขาชอบเล่นปืนอยู่แล้ว และแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น.....เขายิงลูกจริงๆ ลูกรู้สึกเหมือนตัวลูกกำลังลอยเคว้งคว้าง รอบตัวมืดไปหมดจนไม่สามารถขยับตัวได้ ไม่รู้สึกเจ็บ
我妹妹在阿优答雅府出生,她从小就很喜欢多项运动,加上她的体型瘦高且健康,玩什么运动都很棒。从小学、中学、高中,无论在府中,或国家的程度都得到冠军。高中毕业,就到曼谷去就念有关运动方面的教学课程。这段时间,她看了北揽寺祖师的自传,就起了信仰心。
我的女儿目前已十四岁,从小我就带她到寺院,让她了解布施、持戒、打坐的事情。我并没有强迫她来,只是介绍她,要走正确的路而已。在佛历2548年中,女儿十三岁时,本来活泼健康的她,就忽然变得心情低落、有时眼睛好像睁不开,手发抖、不肯吃饭、不说话、问什么都不回答、有时只慢慢点头、反应缓慢,找不到原因。
我父亲小时候,因脚有疙瘩而变成了伤口使筋络紧绷。行走时会跛脚,所以右脚就残废了,父亲缝制衣服和当收买旱地农作物到城市卖的商人。母亲当了老师,母亲不爱父亲,因他们的婚姻是由长辈们所指定,虽然是这样他们也有了八个孩子,我是老五。父亲是个心胸宽阔的人,大家都认识他,有了好多属下、喜欢赌博。他一直勤劳而让家境能富裕,当上了村庄里的富翁。
ขณะนั่งรถทัวร์กลับบ้าน ลูกหลับแล้วฝันไป เห็นหลวงปู่วัดปากน้ำท่านมาบอกว่า “ถ้าผ่าตัดเอ็งก็ตาย มันเป็นโรคกรรม ให้เอ็งกลับไปกินยาหม้อที่วัดของหลวงพ่อเอ็ง (หลวงพ่อ หมายถึง พระอีกองค์หนึ่งที่วัดแถวบ้าน) ให้กินยา 3 หม้อนะ แล้วเอ็งมาถือศีล ปล่อยโค กระบือด้วย”
คุณพ่อ จะเปล่งเสียงร้องอย่างโหยหวนก้องกังวานทุกๆสองนาที โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ เสียงร้องของท่านฟังแล้วเหมือนเสียงวัวที่ร้องด้วยความโหยหวนทุกข์ทรมาน ความดังที่เปล่งออกมายากจะคำนวณได้ว่ากี่เดซิเบล ลูกทราบแต่เพียงว่า ได้ยินกันอย่างถ้วนทั่วทั้งหมู่บ้าน