แต่เมื่อถึงฐานที่ห้าดวงแก้วก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น จนขนาดเท่าลูกกอล์ฟ กระผมก็ดูไปและเลื่อนดวงแก้วไปเรื่อยๆจนถึงฐานที่เจ็ด ดวงแก้วขยายใหญ่ขึ้นอีกเรื่อยๆ จนเท่ากับลูกเบสบอลครับ และยังขยายต่อไปเรื่อยๆ จนใหญ่คลุมตัวกระผมไปเลย
เมื่อปล่อยใจเข้าไปสู่สภาวะภายในของกายนั้น ก็เกิดมีดวงแก้วใสสว่างมาก มีสภาพเป็นดวงแก้วที่ซ้อนๆกันอยู่เป็นสายหลายดวงมาก ตรงกลางของแต่ละดวงเป็นท่อกลวงเชื่อมต่อกัน ใจกระผมเหมือนถูกดูดเข้าไปในดวงแก้วที่ซ้อนๆกันนั้น เหมือนกับตนเองได้เข้าไปอยู่ในกลางดวงสว่าง มันช่างเป็นสภาวะใจที่สงบสุขอย่างพิเศษมาก
ตอนแรกกระผมรู้สึกตัวเบาๆ เหมือนลอยอยู่เหนือเมฆใหญ่ แล้วอยู่ดีๆก็เหมือนถูกดูดเข้าไปในอุโมงค์สีฟ้าๆอย่างเร็วมาก เหมือนกับกระผมนั่งรถไฟเข้าไปในอุโมงค์เลยครับ แต่กระผมก็ไม่กลัว ยังดูเหตุการณ์รอบข้างไปเรื่อยๆ แล้วกระผมก็ได้ผ่านเข้าไปในป่าสีฟ้าที่สวยงามและมีต้นไม้ใหญ่ครับ
กระผมชื่อ นายเปรมณัช อินทพงษ์ ศิษย์เก่าธรรมทายาท ภาคฤดูร้อน รุ่นที่ 36 ครับ ตัวผมนั้น เดิมทีไม่ชอบเข้าวัดเลย พอถึงวันสำคัญทางพุทธศาสนาทีไร คุณพ่อคุณแม่ต้องบังคับให้ไปวัด เรียกได้ว่า ทำบุญนับครั้งได้
หลวงพ่อครับ บอลเกือบตายมาแล้วครับ หลังจากมาอยู่อเมริกาได้เพียง 1 ปีกว่า ขณะที่กำลังเล่นหิมะ บอลก็ลื่นหกล้ม บาดเจ็บที่แขนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หลายวันต่อมา บอลกลับรู้สึกเจ็บปวดกระดูกด้านในมาก หมอตรวจพบมะเร็งร้ายในเม็ดเลือดลูคีเมีย (Leukemia) การรักษาต้องใช้ค่าใช้จ่ายมหาศาลเป็นแสนเหรียญ เดชะบุญที่ทีมคณะแพทย์รับบอลเข้ารักษาในโครงการวิจัยและทดสอบวิธีการรักษามะเร็ง บอลได้รับการรักษาเป็นอย่างดี อยู่ 3 ปีกว่า และหายในที่สุด ในขณะที่เด็กๆ คนอื่นที่ได้ร่วมในโปรแกรมการรักษา หลายคนไม่อาจรอดชีวิตได้
ประมาณ 10นาทีกว่าๆ ผมก็รู้สึกเนื้อตัวเบาสบาย พอนั่งๆไปก็เหมือนกับมีอะไรมาเข้ากลางท้องครับ แล้วผมก็เห็นองค์พระใสๆ ผุดขึ้นมา ขึ้นมาองค์เดียว เห็นเต็มองค์ทีเดียวเลยครับ แล้วองค์พระก็มีแสงสว่างขึ้นมา สว่างเหมือนพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวันเลยครับ ผมก็นั่งต่อไปจนพระอาจารย์กล่าว สัพเพ... ผมจึงออกจากสมาธิ แล้วก็ลืมตา
ตัวลูกยังได้แนะนำให้คุณแม่ซึ่งอยู่ที่เมืองไทย ทำบุญ ถือศีล นั่งสมาธิ และดู DMC ซึ่งคุณแม่ของลูกจะไปถือศีลที่วัดใกล้บ้านทุกวันพระ ลูกจะโทรศัพท์ไปพูดกับคุณแม่เสมอว่า “แม่จ๋า แม่เอาบุญให้มากที่สุดนะ ไม่รู้ว่าแม่จะตายเมื่อไหร่ บุญจะช่วยแม่ได้ และติดตามแม่ไปทุกที่นะ” แล้วตอนนี้ บุญที่พลาดไม่ได้เลยคือ หล่อรูปเหมือนทองคำ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ องค์ล่าสุด ซึ่งตัวลูกต้องทำอย่างแน่นอนค่ะ
พอถึงช่วงทำวัตรเย็น ผมก็จรดใจนิ่งไปที่องค์พระพร้อมกันไปด้วย...ผมเริ่มด้วยการผ่อนคลายร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า...ผมจะเริ่มด้วยการปล่อยให้ใจของผมฟุ้งไปให้เต็มที่ก่อน พอฟุ้งเต็มที่ใจมันก็หยุดฟุ้งเอง...ผมนั่งสมาธิทุกวันอย่างต่อเนื่องมาหนึ่งปีครึ่ง จนการปฏิบัติธรรมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
พอดีกับที่ลูกได้ดู DMC พระเดชพระคุณหลวงพ่อแนะนำว่า “ให้เราเล่นตัว ทิ้งสิ่งที่เห็นนอกตัวทั้งหมด ยอมดูความมืดดีกว่า” ลูกจึงทำตาม คราวนี้นั่งมืดเป็นปีๆเลยค่ะ เวลานั่งก็จะได้แต่ความสบาย เห็นแสงสว่างบ้าง แต่ก็นั่งทุกวันไม่เคยเว้น พอมาได้หลักการวางใจจากพระอาจารย์ที่บ้านสวนอุบลฯ ก็เลยเน้นความสบาย พอใจสบายก็ค่อยๆน้อมลงไปในตัว
...ต้องรอให้ใจสงบนิ่งจริงๆ องค์พระจึงมาปรากฏให้เห็นอีก ซึ่งบางรอบอาจไม่มาให้เห็นอีกเลยถ้าใจไม่สงบนิ่งพอ แต่ส่วนใหญ่ผมจะยังเห็นองค์พระแก้วใส เมื่อทำการนั่งสมาธิ และนอกรอบผมก็จะตรึกถึงองค์พระแก้วใสโดยตลอด แล้วเดี๋ยวก็จะเห็นองค์สว่างเหมือนเดิม ก็แค่ทำง่ายๆสบายๆ แค่นี้เองครับ