วิบากกรรมที่เกิดขึ้นกับเราในชาตินี้ ล้วนมาจากผลของการกระทำในอดีตทั้งสิ้น...ผู้หญิงชาวนอร์เวย์คนหนึ่ง เธอต้องมีชีวิตที่ขาดความอบอุ่นจากครอบครัว ต้องถูกส่งไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่อายุ 3ขวบ พอโตขึ้นมาก็ต้องย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ จนชาชินกับการพลัดพราก...เรื่องน่าแปลก แม้จะเป็นชาวนอร์เวย์ แต่ลูกสาวของเธอ กลับมี Sense แบบหมอดูฮวงจุ้ย รู้ว่าที่ไหนอยู่ได้ ที่ไหนอยู่ไม่ได้ ที่ไหนอยู่ดี หรือไม่ดี
สักพัก ผมก็เห็นองค์พระผุดขึ้นมา แล้วก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะมีองค์พระผุดขึ้นมาในท้อง เพราะในหนังสือ 2 หน้านั้นไม่ได้บอกไว้ ผมตกใจครับ “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” จึงถอนออกจากสมาธิ แล้วก็นั่งใหม่อีกครั้ง มาอีกแล้วครับ องค์พระผุดๆๆๆขึ้นมาอีกแล้ว ผมเริ่มวิตกได้แต่อุทานในใจว่า...Bigger and Bigger
ความสว่างค่อยๆปรากฏ เหมือนแสงที่ส่องทแยงลอดช่องหน้าต่างของห้องที่ปิดสนิท เมื่อมองแสงนั้นนิ่งๆต่อไป แสงก็ขยายเป็นรูปร่างทรงกลม แล้วก็มีองค์พระผุดขึ้นมาจากศูนย์กลางกาย เป็นองค์พระองค์เล็กๆ ที่ใสมากๆ
พอจรดใจไปที่องค์พระ ดิฉันก็เหมือนละลาย และหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับท่าน องค์พระสีทองซ้อนขึ้นมาจนนับไม่ถ้วน องค์พระใสอยู่กับตัวดิฉัน และดิฉันก็รู้สึกเหมือนอยู่ในองค์พระ เหมือนที่หลวงพ่อบอกว่า “เราเป็นองค์พระ องค์พระเป็นเรา” ดิฉันสามารถยืนยันได้ และมีความสุขมากๆค่ะ
การฝึกสมาธิทำให้ดิฉันมีสุขภาพดีขึ้น มีจิตใจที่สงบสมดุลมากขึ้น ความโกรธลดน้อยลง สามารถอดทนต่อสิ่งต่างๆที่เข้ามากระทบได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ตอนนี้ดิฉันได้กลายเป็นคนใหม่ ซึ่งเป็นคนที่มีความสุข และมีความรุ่งเรืองมั่งคั่งในจิตใจ ตอนนี้กลายเป็นคนที่สงบเงียบเรียบร้อยมาก และหากใครทำผิดอะไร ดิฉันสามารถที่จะให้อภัย เข้าใจเขา โดยที่ไม่เก็บมาเป็นอารมณ์
อุทาหรณ์ของการจองเวร...ด้วยเหตุที่ได้อาฆาตผูกเวรกันมา เป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ลูกชายฆ่าหั่นศพแม่ของตนเอง...พวกเขาผูกเวรกันมาอย่างไร จึงทำให้ลูกชาย ต้องมาทำอนันตริยกรรมในชาตินี้...มาร่วมกันศึกษาเรื่องราวนี้ เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนตัวเราว่า อย่าจองเวรใคร อย่าได้ไปทำร้ายใคร และขอให้ ใครอย่าได้มาทำร้ายเรา
ผมก็รู้สึกว่า ผมมี 2 ขาแล้วครับ ที่กล่าวอย่างนี้ไม่ใช่ผมพิการนะครับ แต่ผมอยากจะเปรียบเทียบว่า ที่ผ่านมาผมในฐานะที่เป็นพุทธมหายานเหมือนคนที่เดินด้วยขาข้างเดียวมาโดยตลอด ผมอยากให้มีพุทธเถรวาทอยู่ในมองโกเลียมานานแล้ว เมื่อพระอาจารย์และคณะได้นำ DMC มาติดที่นี่ เหมือนผมมีขาครบ 2 ข้างแล้ว ทีนี้จะวิ่งไปไหน เดินไปไหน ก็สามารถวิ่งไปได้เร็วๆ
หลังจากบวชแล้ว ชีวิตของผมก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ผมมีงานที่ดี และมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับครอบครัว ผมได้เรียนรู้จากการบวชว่า ชีวิตของการอยู่วัด ต้องอดทนมาก หากมีอะไรมากระทบใจ ก็ปล่อยให้มันผ่านไป คือ จากเดิมผมเจออะไรก็เก็บมาคิดหมด คิดเล็กคิดน้อย แต่ตอนนี้ผม let it be (ปล่อยให้มันเป็นไป) ได้เลยครับ
เมื่อเธอมาปฏิบัติธรรม ณ วัดพระธรรมกาย เธอมองเห็นกายมนุษย์ละเอียด นับแต่นั้น เธอก็ปฏิบัติธรรมมากขึ้น จนผลการปฏิบัติธรรมก้าวหน้ามาก...ในยามที่เธอหลับ กายละเอียดของเธอได้ออกไปรู้ไปเห็นเรื่องราวของคนอื่นๆมากมาย ซึ่งเมื่อเธอไปสอบถามแล้ว ปรากฏว่า เรื่องที่เธอได้รับรู้เป็นเรื่องจริง...แต่ด้วยความสงสัย เธอจึงเลิกปฏิบัติธรรม หันกลับไปใช้ชีวิตอย่างคนทางโลกโดยทั่วไป คือ กิน เที่ยว ทำงานหาเงิน ธรรมะของเธอก็ถอยลง อย่างน่าเสียดาย
อเล็กซ็องชอบพระเดชพระคุณหลวงพ่อมากเขาบอกว่า "หลวงพ่อเป็นสุภาพบุรุษ (gentil ภาษาฝรั่งเศสอ่านว่า จองที) องอาจ สง่า กล้าหาญ แต่แฝงไปด้วยความเมตตาและอ่อนโยน ผมชอบรอยยิ้มของหลวงพ่อมาก เห็นครั้งแรกปุ๊บก็ชอบทันทีเลย แม้ว่าผมจะไม่เข้าใจภาษาไทย แต่ว่าน้ำเสียงของหลวงพ่อ เป็นเสียงที่ อ่อนโยน (doux อ่านว่า ดู) นุ่มนวล ผมประทับใจ และอยาก มาบวชเป็นพระอย่างหลวงพ่อครับ"