ย้อนไปในช่วงที่คุณยายท่านอายุ 84 ปี ประมาณปี พ.ศ.2535 ช่วงนั้นหลวงพ่อเมตตาให้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ชนะแชมป์เหรียญทองมาปั้นรูปเหมือนคุณยายเพื่อเอามาเป็นแบบหล่อ
คุณแม่ของลูกช่วงอยู่ในครรภ์มารดา ตอนคุณยายแพ้ท้องจะนึกอยากดื่มเลือดหมูสดๆคุณยายจึงเชือดหมูด้วยตัวเองเพื่อดื่มเลือดเดี๋ยวนั้นทันที ครั้นพอคลอดออกมา คุณแม่ก็ดิ้นและได้แต่ร้องโอดโอย มีอาการเหมือนหมูถูกเชือดไม่มีผิด
กลุ่มพายุดำทะมึนรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวกำลังร่นถอยออกไปอย่างลนลานและกลืนหายไปกับความมืด ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “แปลกมาก..อยู่ ๆ พายุก็ม้วนตัวกลับอย่างกะทันหันเหมือนมีใครมาไล่”
“บุญที่ได้สร้างพระธรรมกายประจำตัว และบุญอื่นๆที่ได้ทำที่วัดพระธรรมกาย ช่วยหนูไม่ได้เลยเหรอ” พอพูดเสร็จร่างของลูกก็ลอยวืดขึ้นมาจากหลุมนั้น พร้อมๆกับเสียงของชายร่างดำที่นุ่งหยักรั้งนั้นก็พูดขึ้นว่า “เพราะบุญตรงนี้แหละถึงยังเอาไปไม่ได้”
ไม่กี่วันก่อน หลวงพ่อไปหาคุณยายที่กุฏิ แล้วก็ถามคุณยายว่า “คุณยาย..วันๆ ยายคิดอะไร” ซึ่งคุณยายก็ตอบว่า “ยายคิดว่า..ทำอย่างไรจะปราบไอ้ดำให้ถึงที่สุดให้ได้” ซึ่งพอผมได้ฟังประโยคนี้..รู้สึกเปรี้ยง.!!ทันทีเลยครั
วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี ได้จัดพิธีฉลองบวชพระใหม่ ในโครงการอุปสมบทหมู่ รุ่นบูชาธรรม 105 ปี คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
งานนี้ เรียกว่า ขอถวายเวลา ด้วยการถวายปัจจัย ตั้งผังรวยก่อนใคร ขอเป็นขุนพลแนวหน้า ไม่ขอคัดท้ายตกขบวน
หลวงพ่อครับ กระผมอยากบอกคุณยายว่า “ชีวิตของพระเป็นเพียงเศษซากที่หลงเหลืออยู่ รอดพ้นจากความตาย ความพิกลพิการมาได้หลายครั้ง และสามารถอยู่สร้างบารมีได้จนทุกวันนี้ เพราะคุณยายช่วยต่อชีวิตให้ การสร้างอาคาร ๑๐๐ ปีคุณยายครั้งนี้ พระจะทุ่มเทสุดกำลัง เพื่อตอบแทนพระคุณของคุณยาย
วัดพุทธบอร์คโด ประเทศฝรั่งเศส ได้จัดงานบุญวันคล้ายวันละสังขารคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย