ครั้งแรกผมยังไม่รู้จักโครงการนี้ครับ แต่มีญาติชื่อ โอนีน อยู่ชมรมพุทธ ม.ขอนแก่น โทรมาชวนให้ผมบวช เขาเล่าว่า “โครงการนี้บวชฟรี ไม่ต้องพกอะไรมา แค่เอาตัวมาบวชอย่างเดียวก็พอ” ตอนนั้นก็ตอบเขาไปว่า..ได้ ก็รับปากไปงั้นแหละครับ ผ่านไป 1 อาทิตย์ โอนีนก็พาพระอาจารย์มา 2 รูปพร้อมผู้นำบุญเกือบ 10 คน บุกมาถึงบ้านผมเลย พระอาจารย์ท่านก็เล่าอานิสงส์ให้ฟังเยอะแยะ แล้วก็ส่งใบสมัครให้ ผมก็ต่อรองว่าขอบวชแค่ 15 วัน ได้มั้ยเพราะผมสมัครเป็นตำรวจบ้านไว้แล้ว
หลวงพ่อครับ ผมประทับใจวัดพระธรรมกายตรงที่เน้นสอนเรื่องการนั่งสมาธิ สอนให้คนเข้าถึงธรรม ผมก็คิดอยากลองฝึกนั่งสมาธิดูบ้าง เผื่อจะมีโอกาสได้เข้าถึงพระธรรมกาย ผมเลยตามที่บ้านเข้าวัดซึ่งก็มาเรื่อยๆเกือบจะสิบปีแล้วครับ และมีโอกาสได้บวชระยะสั้นมาแล้ว 2 ครั้งครับ สมัยก่อนตอนที่ยังไม่เข้าวัด ผมก็ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆไม่คิดอะไรมาก จึงทำผิดศีลบ้าง เมาบ้าง จนได้มาบวชที่วัดพระธรรมกายถึงได้เข้าใจว่า เราเกิดมาเป็นมนุษย์สิ่งที่ต้องแสวงหาคือบุญกุศล แล้วเราก็เกิดมาเพื่อสร้างบารมีครับ
ผมรู้จักวัดพระธรรมกายตอนเรียนอยู่ปี 1 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญญบุรี เพราะพี่อู๊ดประธานชมรมพุทธมาชวนไปค่ายที่ระยอง มีค่าใช้จ่ายแค่ร้อยเดียว ผมเลยตัดสินใจไปกับเขาเพราะจะไปเล่นน้ำทะเลครับ
หลวงพ่อครับ...จริงๆ แล้วผมเคยบวชในโครงการแสนเข้าพรรษาปี 53 มาก่อนครับ แต่พอจบโครงการผมก็ลาสิกขาออกไปดำเนินชีวิตทางโลก และพอดำเนินไปดำเนินมาก็เกิดเรื่องเข้าใจผิด จนทำให้ผมโดนขวานฟาดหัว นอนสลบเลือดนองจนต้องเข้ารักษาตัวอยู่โรงพยาบาลนานเป็นเดือนเลยครับ ซึ่งเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.. “ชีวิตเป็นสิ่งไม่แน่นอน
พระธรรมทายาทสิงห์ เตชาธิโก อายุ 48 ปี บวชในโครงการ 1 แสนรูป รุ่นเข้าพรรษา ของศูนย์อบรมในจังหวัดสุโขทัยครับ ผมทำบุญกับวัดพระธรรมกายมาหลายปีแล้ว โดยค่อยๆศึกษาเรื่องการสร้างบารมีมาเรื่อยๆ พอเข้าใจแล้วผมก็ลุยทุกโครงการ ทั้งทำด้วยตัวเองและชวนคนอื่นทำครับ(ภาพที่ 1) การได้มาบวชในโครงการของหลวงพ่อ ทำให้ผมได้ความรู้หลายอย่าง ได้เรียนรู้ว่าการจะเป็นพระแท้นั้นต้องทำอย่างไรถึงจะไม่ติดหนี้ญาติโยม ซึ่งผมก็พยายามฝึกทั้งเรื่องการวางตัวและการวางใจครับ
กระผมพระธรรมทายาทณัฐวุฒิ ภทฺรวโร อายุ 43 ปี ครับ ผมเคยบวชสามเณร 5 พรรษา และเคยบวชพระมาแล้ว10 กว่าพรรษาครับ แต่ตอนนั้นต้องลาสิกขาไปเพราะไม่มีใครดูแลโยมพ่อ ทำให้รู้ว่าชีวิตทางโลกหรือจะสู้ทางธรรม แต่ถ้าไม่มีวันนั้น ก็จะไม่มีวันนี้ ที่ได้มาบวชที่วัดพระธรรมกายครับ
กระผมพระธรรมทายาทวรุตม์ ธัญฺญวโร อายุ 22 ปี เพิ่งจบปริญญาตรี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล ที่จริงผมวางแผนว่าเมื่อจบปริญญาตรีแล้วจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่ฮ่องกงทันทีครับ ซึ่งได้ติดต่อเดินเรื่องเอาไว้หมดแล้ว แต่ในใจมันยังไงไม่รู้ มันนึกอยากบวช ก็เลยมาบวชทั้งๆที่ยังไม่ได้รับปริญญาเลยครับ
ผมเป็นชาวอิตาลี และนับถือศาสนาคริสต์ครับ แต่ผมก็มาบวช เพราะมีหลวงพ่อให้ความเข้าใจอย่างถูกต้องในเรื่องศาสนาพุทธ ผมมาอยู่ที่เมืองไทยได้ 4 ปีแล้วครับ อยู่ตรงคลองสาม ห่างจากวัดพระธรรมกายแค่ 3 กิโลเมตร ครั้งแรกที่ผมเห็นหลวงพ่อในทีวี ผมถามเทพธิดาข้างกายว่า “ทำไมมีพระออกทีวี...ฉันไม่เข้าใจ” และถามอีกว่า “หลวงพี่คนนี้เป็นใคร” เธอก็บอกว่า “นี่คือหลวงพ่อ ไม่ใช่หลวงพี่” ผมดูหลวงพ่อแล้วก็ยิ้ม และพอได้รู้จักหลวงพ่อแล้วผมก็มาวัดทุกวันเลยครับ ผมเคยบวชครั้งแรกในโครงการไอดอป 2 ซึ่งมีคนมารวมกันจากหลายประเทศ ถึงจะคุยกันไม่รู้เรื่องแต่เราก็สามารถสื่อสารกันได้ครับ และก่อนที่จะลาสิกขาผมสัญญากับหลวงพ่อไว้ว่าจะกลับมาบวชอีก ซึ่งผมได้ทำตามสัญญาแล้วนะครับ
วันนี้เราไปอนุโมทนาบุญ กับภารกิจสว่างของพระธรรมทายาท ในโครงการ 1 แสนรูป รุ่นเข้าพรรษา ศูนย์อบรมวัดพระธรรมกาย ระเบียง 3 ที่ได้เดินธุดงค์ธรรมชัยไปพัฒนาวัดร้างให้เป็นวัดรุ่ง โดยครั้งนี้มีพระธรรมทายาทร่วมเดินธุดงค์ 250 รูป ไปช่วยกันพัฒนาวัดในอำเภอสนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา 2 แห่ง คือ 1.วัดหนองตานาค 2.วัดอ่างทอง ซึ่งทุกย่างก้าวที่สงบเสงี่ยมสง่างามได้สร้างความศรัทธาให้เต็มทั้ง 4 ห้องหัวใจของญาติโยม
ย้อนไปในวาระครบรอบ 90 ปี คุณยายอาจารย์ (ปี พ.ศ. 2541) ตั้งแต่สมัยสภาหลังคาจาก ลูกมีโอกาสได้ทำบุญกฐินด้วยเงินจำนวนหนึ่งค่ะ ตอนนั้นลูกปลื้มมาก ปลื้มแบบใจมันขยายสุดๆ แล้วก็นึกอยากเป็นประธานกฐินขึ้นมาอย่างจับใจเพราะอยากส่งบุญไปให้พ่อที่เสียไปแล้ว ลูกเลยนึกปวารณาในใจกับคุณยายอาจารย์ว่า “นงเยาว์..จะทำกฐินล้านบาท จะเป็นประธานกฐินให้ได้”