ความเป็นมนุษย์ หาได้ยาก ความเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าหาได้ยาก ความถึงพร้อมด้วยขณะสมัย หาได้ยาก พระสัทธรรม หาได้ยากอย่างยิ่ง ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา หาได้ยาก การบวช หาได้ยาก การฟังพระสัทธรรม หาได้ยาก
มาลุตชาดก ขึ้นชื่อว่า ทิฐิมานะ นั้นถ้าเกิดขึ้นกับใครแล้วก็ยากที่จะแก้ไขได้ตราบเท่าที่ยังหลงยึดมั่นแต่ความคิดเห็นของตัวเป็นหลัก ดังตัวอย่างใน มาลุตชาดก ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้
ขัลลฏิยชาดก เป็นเรื่องความหลงผิดของสตรีนางหนึ่ง ซึ่งนางหลงประกอบมิจฉาชีพและทำจนคุ้นชิน ความสำนึกในบาปบุญคุณโทษก็หมดสิ้นไป เมื่อได้มาในสิ่งที่ต้องการ ก็ยิ่งหลงทำผิด ทำบาปเพิ่มมากยิ่งขึ้น จนเป็นเหตให้นางไปเกิดเป็นนางเวมานิกเปรต
ฉับพลันทันใดกินนรีก็คิดว่า ไทยธรรมที่ควรถวายในมือของเราก็ไม่มี หากเราจะไม่สั่งสมบุญอะไรเลย ก็จะทำให้เราคลาดจากบุญนี้ไป เราจะทำอย่างไรดีหนอ เมื่อคิดอย่างนี้กินนรีผู้มีบุญก็มองไปรอบๆ อาณาบริเวณ ขณะที่ในใจของนางนั้นเต็มเปี่ยมด้วยความปีติอันไม่มีประมาณ ก็มองไปเห็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง ออกดอกงามสะพรั่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำก็ดำริว่า แม้ในมือของเราไม่มีไทยธรรม เราก็จะเอาดอกอ้อนี่แหละบูชาสมณะรูปนี้
ดิฉันได้พบพระภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้รับความลำบากกาย กระหายนํ้าจึงขวนขวายถวายนํ้าดื่มกับท่าน ผู้ใดก็ตามที่ถวายนํ้าดื่มกับภิกษุทั้งหลายผู้กระหายนํ้า แม่นํ้าทิพย์หลายสายที่สวยงาม ดารดาษด้วยดอกไม้อันเป็นทิพย์ มีนํ้าใสเย็นก็จะบังเกิดขึ้นแก่ผู้นั้น ผู้ที่ได้ทำบุญไว้ดีแล้วย่อมได้มหาวิมานอันประเสริฐ สง่างาม นี้เป็นผลแห่งกรรมดีที่ดิฉันสร้าง
หญิงผู้ยากไร้ มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวตังแก่เราผู้เที่ยวบิณฑบาต ด้วยอานุภาพแห่งบุญนั้น ครั้นละจากอัตภาพนี้ไป ได้บังเกิดเป็นเทวดาผู้มีฤทธิ์มาก ชื่อนิมมานรดี เพียงการถวายข้าวตังเป็นทานก็เข้าถึงสุขอันเป็นทิพย์ในเทวโลก
ในพุทธกาลครั้งหนึ่งได้เกิดเหตุร้าวฉานแตกสามัคคีถึงขั้นกลียุคขึ้นระหว่างเมืองพระญาติของพระพุทธเจ้า เหตุปัจจัยนั้นคือการแย่งน้ำในแม่น้ำโรหิณีที่พระอานนท์ตักถวายในห้วงเวลาก่อนเสด็จปรินิพพาน แม่น้ำสำคัญสายนี้เป็นพรมแดนกั้นกลางระหว่างนครกบิลพัสดุ์และเทวทหะ
สมัยเป็นมนุษย์ ดิฉันเป็นสตรีผู้ยินดีในการให้ทาน ไม่เคยเบื่อหน่ายในการสั่งสมบุญเลย เพราะเหตุที่ได้ถวายทานในภิกษุสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศนี้ จึงทำให้ได้ทิพยวิมานอันน่าปลื้มใจ
บาปอกุศลที่เราได้ทำไว้ในตอนมีชีวิต จะเป็นตัวบั่นทอนกำลังบุญที่เราเคยทำไว้ จนไม่สามารถส่งผลได้เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น
ครั้งหนึ่งเมื่อสมเด็จพระพุทธศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาข้อตัณหาอันเป็นสิ่งกว้างขวางไร้ขอบเขตจำกัด ณ พระเชตะวันมหาวิหารในนครหลวงแห่งมคธรัฐ พุทธวัจนในพระธรรมบทนี้ได้รับการจดจำต่อๆ กันว่าชนเหล่าใดมากำหนัดยินดีตัณหานั้น ชนเหล่านั้นก็เช่นผู้ถูกจักรกรดไว้