In the Lord Buddha’s first sermon to the group of five initial disciples he advocated to steer between the extremes of sensual indulgence
เราถวายอภิวาทพระสัมพุทธเจ้า นิมนต์พระองค์ผู้เป็นมหามุนีให้เสวยภัตตาหาร พระมุนีผู้ประกอบด้วยมหากรุณาในโลก ทรงอนุโมทนาแก่เราในกาลนั้น เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ผู้ทรงพระมหากรุณาพระองค์นั้น ทำความแช่มชื่นเบิกบานแล้ว ได้บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดหนึ่งกัป ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใดในเวลานั้น ด้วยผลแห่งทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภัตตาหาร
สังคมปัจจุบันนี้มีภัยอยู่รอบตัว โดยเฉพาะภัยทางอารมณ์ที่คอยรุมเร้าจิตใจของเราให้เศร้าหมอง เร่าร้อนกระวนกระวาย
“ใจ” มีธรรมชาติที่อ่อนไหว ปรวนแปรและล่องลอยไปในทุกๆ ที่ได้ง่ายแสนง่าย แม้แต่ช่วงเวลาเพียงเล็กน้อย
“เวลา” เป็นสิ่งที่มีค่ามาก เพราะเมื่อมันผ่านไปแล้วจะไม่มีวันหวนกลับคืน แต่คนเรามักจะใช้เวลาหมดไปกับสิ่งที่ไร้สาระ
The Lord Buddha explained that the Noble Eightfold Path comprises: 1. Right View [Samma Ditthi] 2. Right Intention [Samma Sankappa]
กระผมรู้สึกดีใจมากจนอธิบายไม่ถูก เพราะกระผมรู้ว่า “นี่...คือ หนทางสวรรค์ นับจากนี้ไป ชีวิตของเราจะต้องดีขึ้น และดีขึ้นทุกวันแน่ๆ”
ท่านเคยคิดไหมว่า หากเราทราบแน่นอนว่า จะมีชีวิตอยู่ถึง ๑๐๐ ปี เราจะวางแผนชีวิตอย่างไร
เมื่อลูกสาวอายุได้ ๑๓ ปี จากเด็กที่เคยแข็งแรงกลับมีอาการเซื่องซึม ตาเหม่อลอย มือไม้สั่น ไม่ยอมทานข้าว ไม่พูดไม่จา ถามอะไรก็ไม่ตอบ บางครั้งก็พยักหน้าอย่างช้าๆ มีอาการตอบสนองน้อยมาก
อุเบกขาบารมี หมายถึง การฝึกใจของพระโพธิสัตว์ให้หยุดนิ่ง โดยไม่หวั่นไหวต่ออารมณ์หรือสิ่งต่างๆที่มากระทบอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน