แต่ภายหลัง พอได้อ่านหนังสือ เมื่อไม่รู้จะอ่านอะไร ที่รวบรวมโอวาทของคุณครูไม่ใหญ่เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม และหนังสือแนะนำการนั่งสมาธิ ถึงได้รู้ว่า การนั่งสมาธิต้องใช้หลักการ พอดี รู้ถึงวิธีการเดินสายกลาง มัชฌิมาปฏิปทา ยิ่งไปกว่านั้นได้ตระหนักถึงคำว่า ปล่อยวาง ผ่อนคลาย เบาสบาย มากยิ่งขึ้น
ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น ชีวิตของผมมีแต่ งาน...งาน...งาน จะมีเวลาเหลือก็คงแค่ตอนหายใจเท่านั้น ตอนนี้ผมได้เรียนรู้ที่จะปลดปล่อยงานบางอย่าง เพื่อที่จะทำสมาธิทุกวัน ทั้งตอนตื่นนอน และก่อนเข้านอน ขณะที่ผมได้เรียนรู้วิธีการทำสมาธิไปอย่างช้าๆนั้น ผมก็เริ่มรู้สึกว่า ผมจะระมัดระวัง ใส่ใจในคำพูด และการกระทำมากขึ้น เริ่มมองเห็นสิ่งต่างๆ จากมุมเล็กๆให้มีความหมายมากขึ้น
จนวันหนึ่งผมได้มาพบ ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งแรกที่เมืองโจฮันเนสเบอร์ก ได้พบพระภิกษุ ผมระเบิดคำถามของชีวิตไปมากมาย เมื่อผมได้รับคำตอบที่อธิบายอย่างง่ายๆแต่ชัดเจน ทำให้ช่องว่างโหวงเหวงที่มีอยู่ในใจนั้นถูกเติมเต็ม เหมือนประตูที่ถูกปิดตายซ้อนกันหลายชั้น ถูกเปิดออกทีละบาน ผมเข้าใจหลักธรรมของศาสนาพุทธมากขึ้น
ผมได้นั่งนิ่งๆ แล้วภาวนา "สัมมา อะระหัง" ไปเรื่อยๆ ผมได้เห็นแสงสว่างสีขาว ผมรู้สึกว่า ร่างกายของผมเบาขึ้นเรื่อยๆ จนหายไป แล้วผมก็เห็นลูกบอลแก้วใส ความสว่างของลูกบอล เหมือนกับการที่ผมจ้องเข้าไปในแสงแฟลชของกล้องถ่ายรูป ผมรู้สึกถึงความสุข ความสงบที่เปี่ยมล้นออกมา
งานของฉัน เป็นงานที่ต้องอยู่กับศีรษะของมนุษย์ แต่ละคนที่มาตัดผม เขาไม่ได้เพียงให้ฉันตัดภาระของเส้นผมบนศีรษะให้เท่านั้น แต่ฉันกลายเป็นที่ระบายความทุกข์ของเขาด้วย ฉันต้องฟังผู้คนเหล่านั้น เล่าปัญหาต่างๆให้ฟังตลอดเวลา วันนี้ฉันไปเจออย่างนั้นอย่างนี้ คนนี้เป็นอย่างนั้น คนนั้นเป็นอย่างนี้ บางเรื่องก็ Negative มากๆ
ตอนนี้ผมไม่เห็นโครงกระดูกแก้วอีกแล้ว ผมเห็นแต่ลูกมะพร้าวที่ใสเป็นแก้วและมีความสว่าง ในท้องของผม อืมม์..บางที ก็ไม่เชิงเรียกว่าลูกมะพร้าวนะ เพราะมันเป็นลูกกลมๆเหมือนลูกโลก แต่มีขนาดกลางๆเหมือนลูก Ball แปลกนะที่เวลานั่งสมาธิแล้ว เมื่อผมเห็นลูกกลมๆใสนี้ ผมกลับมีความสุขมาก