ในวัยเด็ก เธอเกเรมาก ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ สูบกัญชา ชอบหนีเรียน ชอบขโมยผลไม้ของเพื่อนบ้าน แต่เมื่ออายุ 12 ปี เธอก็เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ เลิกสิ่งไม่ดีเหล่านั้นได้หมด เธอบอกว่า สาเหตุเพราะได้แรงบันดาลใจมาจากเสียงที่ดังออกมาจากในตัวของเธอ เป็นเสียงของชายและหญิง ที่คอยว่ากล่าวเมื่อเธอทำผิด คอยให้กำลังใจ และยังบอกเหตุที่จะเกิดล่วงหน้าได้อีกด้วย...เธอเคยถูกคนร้ายชิงทรัพย์ ถูกยิงแต่ไม่เป็นอะไรเลย...มาร่วมกันศึกษาชีวิตของเธอ ในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
จากแร่ทองคำธรรมชาติ ผ่านเข้าสู่เบ้าหลอม ออกมาเป็นทองคำบริสุทธิ์เลอค่าสุกปลั่งอร่ามตา...จากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ถูกหล่อหลอมจนเข้าถึงองค์พระภายใน ก็ด้วยเบ้าหลอมแห่งพระพุทธศาสนา เบ้าหลอมนี้ จึงเป็นดั่งยาวิเศษ แก้กองกิเลส หลอมคนให้เป็นคน
แล้วอยู่ๆเสียงพิธีกรงานบวชก็ดังขึ้น ผมลืมตาขึ้นพร้อมกับน้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลออกมา ผมรีบเช็ดน้ำตาเพราะอายสาธุชน ผมปลื้มมาก ปีติมาก อย่างบอกไม่ถูก ปลื้มมากที่การบวชครั้งนี้ ผมได้เป็นเนื้อนาบุญให้โยมพ่อ โยมแม่และญาติโยมสาธุชน ทุกย่างก้าวของผม คือ การจรดใจไว้ที่กลางท้อง และกลางองค์พระ
ในวัยเด็ก เธอเกเรมาก ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ สูบกัญชา ชอบหนีเรียน ชอบขโมยผลไม้ของเพื่อนบ้าน แต่เมื่ออายุ 12ปี เธอก็เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ เลิกสิ่งไม่ดีเหล่านั้นได้หมด เธอบอกว่า สาเหตุเพราะได้แรงบันดาลใจมาจากเสียงที่ดังออกมาจากในตัวของเธอ เป็นเสียงของชายและหญิง ที่คอยว่ากล่าวเมื่อเธอทำผิด คอยให้กำลังใจ และยังบอกเหตุที่จะเกิดล่วงหน้าได้อีกด้วย...เธอเคยถูกคนร้ายชิงทรัพย์ ถูกยิงแต่ไม่เป็นอะไรเลย...มาร่วมกันศึกษาชีวิตของเธอ ในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
เรื่องราวของคนที่ไม่ชอบการทำบุญ ไม่เข้าวัด ไม่ใส่บาตรพระ ...มีความเชื่อว่า ไม่เคยคิดร้ายกับใคร ไม่เคยด่าว่าใคร ไม่ทำอะไรผิดศีลธรรม แค่นี้ก็ขึ้นสวรรค์แล้ว ...เมื่อละ โลก แล้ว ชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไร…เมื่อเขาตายไปแล้ว ลูกสาวและครอบครัว ได้สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวให้กับเขา...บุญนี้จะช่วยเขาได้อย่างไร...
ย้อนไปเมื่อประมาณ 7 ปีก่อน ผมประสบกับภาวะล้มละลาย ตอนนั้นมืดมิดคิดอะไรไม่ออก ลืมแม้กระทั่งบุญ..ทั้งที่รู้จักวัดมาตั้งแต่สร้างพระมหาธรรมกายเจดีย์ ผมขับรถไปบนสะพานแขวน กะจะไปโดดสะพาน ความรู้สึกตอนนั้นมันเคว้งคว้างเหลือเกินครับ
พอนั่งทำใจนิ่งๆแบบเดิม ดวงสว่างก็เกิดขึ้นที่ลูกตาอีก แต่เป็นดวงใหญ่กว่าเดิม
กระผมเห็นเป็นพระพุทธรูปสีฟ้าใสมองทะลุไปข้างหลังได้ พระพุทธรูปนั่งอยู่ในดวงแก้ว
ต่อมา ได้ฟังเทศน์จาก พระอาจารย์อารักษ์ พูดถึงคุณยายอาจารย์ว่า คุณยายเคยเป็นผู้จัดการบ้าน วันๆกว่าจะได้นั่งสมาธิต้องทำงานบ้านให้เสร็จก่อน เวลานั่งก็ต้องแอบๆนั่ง ส่วนพวกเราแสนจะสบายทุกอย่าง กินนอนนั่งอย่างสบาย ถ้าเข้าไม่ถึงก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร บทเทศน์นั้นส่งพลังคำพูดมาสู่ใจลูกให้ฮึดสู้ว่า “ครูอย่างยายยังทำได้ ศิษย์อย่างเราก็ต้องทำได้” จึงเพิ่มชั่วโมงหยุดนิ่งใจอย่างเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
เส้นทางธุดงค์ที่ผ่านมาเป็นเส้นทางศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ครับ ผมเชื่อว่าทุกก้าวของพระธุดงค์อยู่ในสายตาของพระเดชพระคุณหลวงปู่ การเดินธุดงค์ครั้งนี้ สอนให้ผมรู้ว่าชีวิตสมณะสูงค่าไม่มีอะไรเทียบได้อีกแล้ว