หนูชื่อ เด็กหญิงนัยพร ธีระศิลป์ (น้องใบตอง) เรียนอยู่โรงเรียนวัดลิ้นทอง อยู่ชั้น ป.4 พระเดชพระคุณหลวงพ่อจำหนูได้ไหมคะ หนูทราบว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้เชิญชวนให้เด็กดี V-Star ร่วมบุญถวายเครื่องอุปโภคบริโภคแด่พระธรรมจาริกใน โครงการผ้าเหลืองห่มดอย เช้าวันนี้พอหนูมาถึงโรงเรียน หนูเลยขออนุญาตคุณครูบอกบุญเพื่อนๆพี่ๆน้องๆและคุณครู ทุกคนร่วมบุญกับหนูอย่างเต็มใจ
แรกๆท่านเล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านกลัววิ่งหนี ไม่เข้าใจว่าท่านคือใคร เพราะไม่เคยเห็นพระมาก่อน บอกว่าพระเป็นผีชนิดหนึ่ง ท่านได้สั่งสอนชาวบ้านให้หันมานับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง จากเดิมที่นับถือผีไม่เข้าใจว่าพระคือใคร ปัจจุบันชาวบ้านมาช่วยกันสร้างศาลาวัด และเข้าวัดทุกวันครับ วันละ 2เวลา คือ เวลาเช้า...ตีสี่ถึงหกโมงเช้า เวลาเย็น ประมาณหกโมงเย็นถึงสองทุ่ม
แต่พอทราบจากคุณครูไม่ใหญ่ทาง DMC…ว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อหาวัดให้น้องแพรวแล้ว น้องแพรได้กล่าวว่า “หนูดีใจมากเลยค่ะ หนูอยากบอกหลวงพ่อว่า หนูขอขอบคุณหลวงพ่อมากๆเลยนะคะ หนูจะไปชวนเพื่อนของหนูไปงานกฐินที่หนูเป็นประธานด้วย
จากนั้น ก็มีองค์พระธรรมกายสีทอง ผุดขึ้นมาจากความสว่างใหญ่ๆที่กลางท้องของผม องค์แรกมีขนาดเล็กกว่าตัวผมหน่อย องค์ต่อๆมา ก็ยิ่งใหญ่ขึ้นๆ และยิ่งสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ท่านนั่งหลับตาหันหน้าทางเดียวกันกับผม ผมเห็นท่านได้ชัดเจนมากๆ เห็นหน้า เห็นพระเศียร มีเกศดอกบัวตูม ผมนั่งดูเฉยๆ รู้สึกว่าใจสบายดีครับ
เมื่อมีการขุด ถนนพุทธวิถี นี้ขึ้นมา ถนนแห่งนี้จึงเป็นถนนแห่งความหวังของพี่น้องชาวปวาเก่อญอ ที่จะทำให้ทางการสามารถเข้าไปให้ความรู้ และการช่วยเหลือพวกเขาได้ และในช่วงท้ายๆเมื่อทีมงานของเราขุดถนนใกล้ถึงหมู่บ้านขุนสอง ทีมงานของเรานำโดยพระธรรมจาริก ได้เดินทางไปพักยังสำนักสงฆ์ ณ หมู่บ้านขุนสอง นำชาวบ้านให้สวดมนต์ นั่งสมาธิ
กระผมขอกราบเรียนให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อทราบนะครับว่า “ถนนเส้นเดิมจะใช้ได้เฉพาะในช่วงหน้าแล้งและหน้าหนาว ส่วนหน้าฝนไม่สามารถใช้ได้เพราะน้ำในลำน้ำแม่สองไหลมีปริมาณมาก จะซัดสะพานพัง ชาวบ้านต้องใช้วิธีการทำสะพานบนต้นไม้ปีนข้ามไป และเส้นทางที่ขุดใหม่นี้ จะใช้ได้ตลอดทั้งปี และเป็นระยะทางที่ลัดและตรงไปยังอำเภออมก๋อยได้ง่ายกว่าเส้นเดิมครับ”